เมื่อไปถึง พบคุณยายนั่งอยู่ที่บันไดหน้าบ้านไม้ โดยรอบที่ห้องเช่าปลูกติดๆกันหลายหลัง คุณยายยังสามารถพูดคุยรู้เรื่อง อาจจะมีลืมเรื่องราวในอดีตบ้าง ดูภายนอกคุณยายเป็นคนคุยสนุก ร่าเริง แต่สีหน้าและแววตา มันช่างเศร้าแสนเกิน เวลากิน บางครั้งก็จะมีเพื่อนบ้านละแวกนั้นนำมาให้กิน แต่บางวันไหนไม่มีใครเอาข้าวมาให้ ยายบอกว่า..ก็นั่งกินกล้วยแก้หิว
เวลาจะขยับตัวไปไหนก็จะใช้ 2 มือ ที่ยันพอมีแรงถัด ยันพื้นไปตามมุมต่างๆของบ้าน สอบถามทางเจ้าของห้องเช่าทราบว่า..คุณยายพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เพียงตัวคนเดียมานานมากกว่า 30 กว่าปีแล้ว โดยทางเจ้าของที่สงสารและให้คุณยายอยู่ฟรีมาตลอด
มันเป็นคำพูดที่ทำให้ผมรู้สึกเลยว่า..เศร้า สลด กับคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค ระหว่างที่เมศจะเดินทางกลับ คุณยายเรียกเมศมานั่งใกล้ๆแล้วเอามือของคุณยายลูบที่หัว แล้วยายพิณ วัย 100 ปีผู้นี้เอ่ยปากขึ้นมาว่า " นี่ยายก็ 100 ปีแล้ว..หนูรู้ไหมบางที ยายยังคิดถึงเรื่องในอดีต ยายก็นั่งร้องไห้ นี่หนูจะกลับแล้วหรอ หนูมาหายายใหม่นะ ยายจะรอ..นะ
เบื้องต้นผมได้นำสิ่งของ ข้าวสาร มอบให้คุณยาย และได้นำเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งส่งมอบให้คุณยาย เอาไว้ใช้จ่ายชีวิตประจำวัน...
ส่วนเรื่องรถเข็นเมศได้นำไปส่งมอบให้คุณยาย แต่คุณยายใช้ไม่ได้ เนื่องจากคุณยายไม่มีแรงที่จะเข็นด้วยตัวเอง หากเพื่อนๆพี่ๆพอมีรถเข็นไฟฟ้า หรือ ต้องการซื้อรถเข็นไฟฟ้าบริจาคให้คุณยาย เอาไว้ให้คุณยายได้ใช้ ไปวัดเพื่อไปไหว้พระ ทำบุญ ตามที่คุณยายต้องการ สามารถสอบถามเมศได้ครับ