สำหรับปัญหาการลักลอบส่งน้ำมันออกนอกประเทศ เป็นเรื่องของศุลกากรและตำรวจ แต่ ศอ.บต. ดูเรื่องพัฒนา ซึ่งยอมรับว่าในภาคใต้มีปัญหาเรื่องน้ำมันอยู่บ้าง โดยทางดีเอสไอได้ลงพื้นที่ไปแล้วและจังหวัดก็ลงพื้นที่สุ่มตรวจ ดังนั้นเรื่องภาวะการกักตุนไม่น่าจะมีปัญหา
ส่วนความจำเป็นในการมีคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขชายแดนใต้หรือไม่นั้น มองว่า ทุกอย่างต้องจบที่การเจรจา โดยตนก็เป็นหนึ่งในคณะพูดคุยฯ แต่ทำเรื่องการผลักดันการลดอุปสรรคของการพัฒนา ไม่ได้มีส่วนในมิติการก่อเหตุ เพื่อขอความร่วมมือฝ่ายตรงข้ามว่าต้องมีพื้นที่ปลอดภัย เพราะเงื่อนไขคือประชาชนต้องปลอดภัย แล้วคุณจะทำอะไรก็ทำ
ต่อมา นายปิยะสิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า ได้พูดถึงเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ความมั่นคง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงเรื่องยาเสพติดภาพรวม ซึ่งมีเลขาธิการ ป.ป.ส. , ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมหารือด้วย โดยส่วนใหญ่จะพูดถึงปัญหายาเสพติดและเศรษฐกิจ
ส่วน นายกฯ เป็นห่วงอะไรนอกจากสถานการณ์ความมั่นคง เลขาฯ ศอ.บต. บอกว่า ตอนนี้นายกฯให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหายาเสพติด และเชิงสังคม เพราะที่ผ่านมาทุกคนมุ่งเน้นไปเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก จากเหตุการณ์ต่างๆ นายกฯ จึงสนใจเรื่องเศรษฐกิจว่าทำอย่างไรถึงจะขับเคลื่อนได้ และไปเชื่อมโยงกับกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในการขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อถามถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในพื้นที่เป็นอย่างไร เลขาฯ ศอ.บต. กล่าวว่า ผลกระทบอย่างน้ำมันขึ้นราคาก็มีผล ซึ่งในภาคใต้มีเรื่องของประมงด้วย ตอนนี้ก็ประคองกันไปก่อน โดยรัฐบาลคงมีมาตรการประกาศออกมา หลังจากที่เข้าเฝ้าถวายสัตย์แล้ว
สำหรับปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ มีความรุนแรงแค่ไหนนั้น ส่วนใหญ่นายกฯ จะดูมาตรการการป้องกันและการบำบัด ส่วนการปราบปราม นายกฯ มองว่าการจับที่นับเป็นตัวเลขก็สำคัญ แต่ไม่สำคัญเท่ากับการป้องกันไม่ให้คนเข้าไปในวงจร ซึ่งเลขา ป.ป.ส. ก็รับเรื่องไป และอาจมีการประชุมบอร์ดในช่วงสงกรานต์
เมื่อถามถึงการเสนอโมเดลของ ศอ.บต. เกี่ยวกับการพัฒนา นายปิยะศิริ บอกว่า เป็นเรื่องเศรษฐกิจ โดยแจ้งไปว่าเรื่องซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งคงต้องนำเรียนไปถึงรัฐมนตรีคลัง และรัฐมนตรีต่างประเทศ เพราะดอกเบี้ยที่ภาคใต้ได้รับในระยะสั้น หากเปลี่ยนเป็นระยะยาวแล้วท้าทายครั้งเดียวกับนักธุรกิจ ทำให้เขาสามารถยืนอยู่ได้ มันจะดี แต่ที่เรากำลังให้อยู่มันเป็นระยะสั้น 2-3 ปี พอถึงเวลาต้องคืนเงินต้นครึ่งหนึ่ง มันลำบาก ตนจึงเป็นปากเสียงให้พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นมาแจ้งต่อนายกฯ
เมื่อถามว่า นักลงทุนหวั่นใจกับสถานการณ์ในพื้นที่แค่ไหน เลขาฯ ศอ.บต. กล่าวว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดสถานการณ์ แต่การทำธุรกิจมันก็ต้องดำเนินต่อ ตนเชื่อว่าใจเขาสู้ ซึ่ง ศอ.บต. ก็ต้องช่วยหลายเรื่อง ถ้าเรามีโจทย์เดิม ใช้วิธีการเดิม คำตอบก็เป็นคำตอบเดิม แต่ถ้าโจทย์เดิม วิธีการใหม่ คำตอบอาจจะเปลี่ยน นี่คือสิ่งที่เรากำลังจะทำ คือหาวิธีการใหม่ และตนก็อยากได้วิธีการใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา ก็เสนอไปหลายเรื่อง