เปิด 3 รูรั่วฟันกำไร เส้นทาง "ไอ้โม่ง" โกงน้ำมัน ทำระบบพลังงานไทยระส่ำ
04 เม.ย. 2569

เปิด 3 รูรั่วฟันกำไร เส้นทาง "ไอ้โม่ง" โกงน้ำมัน ทำระบบพลังงานไทยระส่ำ ทำประชาชนเดือดร้อน แย่งเติมหน้า-ปั๊ม
Business
04 เม.ย. 2569

เปิด 3 รูรั่วฟันกำไร เส้นทาง "ไอ้โม่ง" โกงน้ำมัน ทำระบบพลังงานไทยระส่ำ ทำประชาชนเดือดร้อน แย่งเติมหน้า-ปั๊ม
4 เมษายน 2569 การแถลงของนายกฯ วันนี้ เท่ากับยอมรับแล้วว่ามี “ไอ้โม่งโกงน้ำมัน” หลังจากปฏิเสธมาตลอด
- แปลว่า “ประชาชนแตกตื่น” ไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงตามที่รัฐบาลเคยอ้าง
- เพราะแค่การตรวจสอบปูพรมอย่างจริงจัง พื้นที่เดียว จังหวัดเดียว คือ สุราษฎร์ธานี พบน้ำมันหายอย่างผิดปกติถึง 57 ล้านลิตร (การตรวจย้อนหลังในพื้นที่อื่น ไม่พบความผิดปกติมากขนาดนี้)
**หากลักลอบขายประเทศเพื่อนบ้านในช่วงเวลาที่ราคาต่างกัน 10 บาทต่อลิตรขึ้นไป จะฟันกำไรทันทีกว่า 500 ล้านบาท!!!
- เส้นทางของ “น้ำมัน” จากโรงกลั่นไปถึงหน้าปั๊ม มีจุดรั่วอยู่ 3 จุด
**เป็นช่องทางให้สามารถเบี่ยงน้ำมันออกไปจากเส้นทางปกติ เพื่อหากำไรได้
ผู้ค้ามาตรา 7 คือ ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ทั้งผลิตและผสมผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย (เช่น ผสมโซฮอล์ ผสมไบโอดีเซล) กลุ่มนี้มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ
**ผู้ค้ามาตรา 7 บางราย เป็นเจ้าเดียวกับโรงกลั่นด้วย
ผู้ค้ามาตรา 10 หมายถึง “จ๊อบเบอร์” เรียกภาษาทางการว่า ผู้กระจายน้ำมันสำเร็จรูปไปตลาดย่อย ได้แก่ ปั๊มไม่มีแบรนด์ หรือ ปั๊มหลอด / ภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง ภาคเกษตร / ยกเว้นปั๊มมีแบรนด์ที่ไม่ได้รับจากจ๊อบเบอร์
- รูโหว่ในขั้นตอนนี้ เราได้ข้อมูลจาก “แหล่งข่าวในวงการน้ำมัน” ว่า มีโรงกลั่นบางแห่งกลั่นได้มากกว่ากำลังการผลิต และนำน้ำมันที่ผลิตได้ส่วนเกิน หรือกั๊กน้ำมันบางส่วนไว้เพื่อรอเวลา แล้วส่งเบี่ยงไปให้ จ๊อบเบอร์ แทนที่จะส่งให้ปั๊มมีแบรนด์ตามสัญญาที่ทำกันไว้เดิม
**ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นช่วง 15 วันแรก ที่มีเหตุการณ์ “น้ำมัน 2 ราคา” รัฐบาลตรึงราคาหน้าปั๊ม แต่ปล่อยลอยตัวในตลาดจ๊อบเบอร์ ทำให้มีส่วนต่างราคาบางช่วง มากกว่า 10 บาทต่อลิตร
**แต่ในกลุ่มโรงกลั่นมีผู้เล่นน้อยราย เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ จึงรู้กันวงใน และมีการตรวจสอบกันเอง จนเลิกพฤติกรรมไป แต่ขณะนี้ยังไม่มีการสอบสวนเอาผิด (อาจจะสายเกินไปแล้ว)
- รูโหว่นี้เป็น “รูโหว่ขนาดใหญ่” เพราะผู้ค้ามาตรา 7 ส่งน้ำมันได้ 2 ช่องทาง คือ ปั๊มที่มีแบรนด์ ซึ่งกลุ่มนี้มีสัญญาซื้อขายชัดเจน / อีกช่องทางหนึ่ง คือ ส่งขายจ๊อบเบอร์ มีทั้งแบบมีสัญญา และไม่มีสัญญาล่วงหน้า
**ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่มีเหตุการณ์ “น้ำมัน 2 ราคา” เพราะทำกำไรได้ทันที โดยเฉพาะหากเบี่ยงเส้นทางส่งน้ำมันไปให้ทางฝั่งจ๊อบเบอร์มากขึ้น / ส่งผลให้ปั๊ม หรือ ผู้ค้ามาตรา 11 ไม่มีน้ำมันที่หน้าปั๊มขายให้ประชาชน
ปัญหาอีกด้านหนึ่งก็คือ จ๊อบเบอร์ซื้อน้ำมันมาแพง เพราะถูกโก่งราคาจากผู้ค้ารายใหญ่ เมื่อนำน้ำมันไปขายต่อให้ผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งปั๊มหลอด รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง และภาคเกษตรกรรม จึงขายในราคาแพงกว่าหน้าปั๊มมาก ส่งผลให้ภาคขนส่ง และภาคเกษตร หันไปซื้อน้ำมันหน้าปั๊มแทน กลายเป็นปรากฏการณ์รถแน่นปั๊ม แย่งกันเติม แย่งกันตุน
ส่วนภาคอุตสาหกรรม ไม่มีทางเลือกอื่น ต้องใช้น้ำมันราคาแพง จึงผลักภาระให้ผู้บริโภค ด้วยการขึ้นราคาสินค้าที่ตัวเองผลิตได้ทันที
**ช่องทางทำกำไรส่วนต่าง หรือดึงเวลาส่งน้ำมันเพื่อรอให้ราคาพุ่งขึ้น จึงเกิดกับเส้นทางระหว่างผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 กับ จ๊อบเบอร์ และระหว่าง จ๊อบเบอร์ไปยังผู้ประกอบการรายย่อย แต่ส่วนต่างกำไรก็ยังไม่มากเท่าเส้นทางที่ 3
- เส้นทางนี้ บางกรณีเป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้ค้ามาตรา 7 คือ ผู้ค้ารายใหญ่ที่มีคลังเก็บน้ำมัน กับ จ๊อบเบอร์ หรือ ผู้ค้ามาตรา 10
- พฤติการณ์ คือ ช่วยกันลำเลียงน้ำมันออกนอกประเทศ ไม่ส่งไปยังหน้าปั๊มที่มีแบรนด์ตามสัญญา => ทำให้ปั๊มโอดครวญว่าขาดน้ำมัน ไม่ได้รับน้ำมันตามที่สั่งไป หรือไม่ได้รับน้ำมันตามที่มีสัญญากันอยู่เดิม
=> ภาคอุตสาหกรรม ปั๊มหลอด ภาคขนส่ง และภาคเกษตร ก็ขาดน้ำมัน เพราะผู้ค้ามาตรา 7 กับ มาตรา 10 ไม่ส่งน้ำมันต่อไปให้ เนื่องจากส่งออกขายต่างประเทศมีส่วนต่างราคามากกว่า บางช่วงมากกว่าลิตรละ 15 บาทหรือ 20 บาทเลยทีเดียว
ผลที่เกิดขึ้นจึงวนกลับมาแย่งน้ำมันหน้าปั๊ม ทำให้ปั๊มยิ่งขาดแคลนน้ำมัน ก่อความเดือดร้อนไปทั่ว
**ข้อมูลในแหล่งข่าวในวงการน้ำมัน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ระบุตรงกันว่า พื้นที่ที่น้ำมันขาดส่งถึงหน้าปั๊มมากที่สุด 2 พื้นที่ของประเทศ คือ ภาคใต้ ซึ่งมีทางออกทะเล และมีปัญหาน้ำมันเถื่อนอยู่ก่อนแล้ว กับ พื้นที่อีสานใต้ ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชา
**รูปแบบการกักตุน หรือ “กั๊กน้ำมัน” มี 2 แบบ คือ
แบบแรก เบี่ยงน้ำมันส่งขายเฉพาะปั๊มในเครือข่าย หรือปั๊มที่มีอิทธิพล เพื่อขายเองหน้าปั๊ม เพราะนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลบางส่วน เป็นเจ้าของปั๊มระดับท้องถิ่น สามารถกักตุนระยะสั้นได้ และฟันกำไรได้หลายระลอก แต่ไม่เสี่ยงผิดกฎหมาย หรือโดนเช็คบิลย้อนหลัง
แบบสอง เบี่ยงน้ำมันออกไปขายต่างประเทศ วิธีนี้ฟันกำไรได้เยอะกว่ามาก แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเช็คบิล
#โกงน้ำมัน #ไอ้โม่งน้ำมัน #น้ำมันขาดแคลน #กองทุนน้ำมัน #ข่าวเศรษฐกิจ #ราคาน้ำมันวันนี้ #สุราษฎร์ธานี #คอรัปชั่น #น้ำมันเถื่อน #พลังงานไทย
ข่าวล่าสุด