เนชั่นทีวี

ข่าว

อ่างเก็บน้ำชลประทาน 2 แห่งวิกฤตหนัก

19 ก.ค. 2563 | Sarut

อ่างเก็บน้ำชลประทาน 2 แห่งวิกฤตหนัก

อุทัยธานี -แม้จะมีฝนตกลงมาทั้งฝนตามฤดูกาล และจากการทำฝนหลวง แต่ฝนตกน้อยมาก โดยเฉพาะในป่าห้วยขาแข้งแหล่งต้นน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร 2 แห่งหลัก มีน้ำไหลลงมาเติมในอ่างเพียงแค่เล็กน้อย ส่งผลให้สถานการณ์น้ำยังวิกฤตหนัก ปล่อยไปช่วยพื้นที่การเกษตรไม่ได้ ขณะที่พื้นที่นาข้าวทั่วทุกพื้นที่รอวันยืนต้นตายได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง

หลายพื้นที่ของจังหวัดอุทัยธานีแม้จะมีฝนตกลงมาทั้งจากฝนธรรมชาติตามฤดูกาลของฤดูฝน และฝนตกจากการทำฝนหลวงจากศูนย์การทำฝนหลวงภาคกลางจังหวัดสวรรค์ขึ้นบินโปยสารเคมีในการทำฝนหลวงมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ปริมาณฝนที่ตกลงมาในป่าห้วยขาแข้งมรดกโลก ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรทั้ง 2 แห่ง ของกรมชลประทาน

อ่างเก็บน้ำชลประทาน 2 แห่งวิกฤตหนัก


ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำทับเสลา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก และอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต มีปริมาณน้ำไหลลงมาเติมเพียงเล็กน้อยที่อ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว เท่านั้น ส่วนอ่างเก็บน้ำทับเสลา ลดลงไปอีก เนื่องจากต้องระบายให้หมู่บ้านเพชรน้ำผึ้งหมู่บ้านอพยพที่ให้สร้างอ่างเก็บน้ำในการอุปโภค บริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทำให้อ่างเก็บน้ำยังคงวิกฤต ต่อไป

อ่างเก็บน้ำชลประทาน 2 แห่งวิกฤตหนัก


โดยล่าสุดวันนี้อ่างเก็บน้ำทับเสลา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก มีปริมาณน้ำมีน้ำเก็บกัก 31.45 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อย 19.66 ของความจุอ่าง 160 ล้านลูกบาศก์เมตร และเหลือ ปริมาณน้ำ ใช้การได้ 14.45 ล้าน ลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 10.10 ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต ล่าสุดวันนี้มีปริมาณ น้ำเก็บกักเหลือเพียง 5.55 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 10.67 ของความจุอ่าง 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และเหลือปริมาณน้ำที่ใช้การได้เพียง3.38 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ6.78และยังคงวิกฤตอย่างหนักต่อไป

อ่างเก็บน้ำชลประทาน 2 แห่งวิกฤตหนัก


ทั้งนี้ต้องคงรักษาระดับดังกล่าวไว้เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ และความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บทั้ง 2 แห่งไว้เพียงเท่านั้น ไม่สามารถจะปล่อยน้ำไปช่วยภาคการเกษตรโดยเฉพาะการทำนาได้แม้แต่น้อย ซึ่งหลายพื้นที่ของจังหวัดอุทัยธานี ที่เกษตรกรชาวนาลงมือเพาะปลูกไถหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวไปก่อนหน้านี้ล่าสุดขณะนี้ต้นข้าวในแปลงนาทั่วทุกพื้นที่รอวันยืนต้นตายจะได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และมีอีกหลายพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิงอีกจำนวนมากด้วย

อย่างไรก็ตามทางโครงการชลประทาน อุทัยธานี ได้แจ้งเตือนเกษตรกรผ่านไปทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ให้ประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรในการทำนาหรือการเกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะการทำนาจะต้องใช้น้ำฝนเป็นหลักเท่านั้น และจะเริ่มทำนาปีได้ต่อเมื่อมีน้ำเพียงพอต่อการเตรียมแปลง มีฝนตกสม่ำเสมอ และต้อง มั่นใจว่ามีแหล่งน้ำของตนเองอย่างเพียงพอ เพราะจะเสี่ยงต่อความเสียหาย

ข่าวล่าสุด