เนชั่นทีวี

ข่าว

วอนช่วยสาวคลอดลูกที่มาเลฯ ช่วงติดโควิดกลับไปรับลูกไม่ได้ รพ.จะส่งสถานสงเคราะห์

18 ก.ค. 2563 | Sarut

วอนช่วยสาวคลอดลูกที่มาเลฯ ช่วงติดโควิดกลับไปรับลูกไม่ได้ รพ.จะส่งสถานสงเคราะห์

ปัตตานี-สาวไทยน้ำตาตกหลังคลอดลูกที่รพ.ในมาเลเซีย จำเป็นต้องฝากลูกไว้เพื่อเดินทางไปต่อวีซ่า แต่กลับเข้ามาเลเซียไม่ได้เพราะติดเรื่องโควิด-19 นานเป็นเวลา 3 เดือน ทางรพ.แจ้งหากไม่มารับเตรียมจะส่งเด็กให้กับสถานสงเคราะห์จึงวิงวอนวอนรัฐและผู้ใจบุญช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2563 ตามที่มีหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลkajang รัฐselagor ว่า มีหญิงไทยคลอดบุตร และทิ้งบุตรไว้ที่โรงพยาบาล มาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ทราบชื่อ นางสาว นูรฮาลีซา เจะอาแว อายุ 18 อยู่บ้านในอำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี ได้คลอดลูก ที่โรงพยาบาล kajangและบุตร มีอาการป่วย จึงถูกส่งตัวเข้ารักษา ที่แผนกผู้ป่วยเด็กของโรงพยาบาลดังกล่าว

วอนช่วยสาวคลอดลูกที่มาเลฯ ช่วงติดโควิดกลับไปรับลูกไม่ได้ รพ.จะส่งสถานสงเคราะห์


ต่อมา นางสาวนูรฮาลีซา ได้แจ้งกับโรงพยาบาลว่า จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทย ในต้นเดือนมีนาคม 2563 เพื่อจัดการเรื่องเอกสาร ต่อวีซ่าที่ด่านไทยและจะรีบกลับประเทศมาเลเซียทันที อย่างไรก็ตามโดยที่ปัจจุบันโรงพยาบาล ไม่สามารถติดต่อนางสาวนูรฮาลีซา ได้เป็นระยะเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ทั้งนี้ หากยังไม่สามารถติดต่อกับนางสาวนูรฮารีซาได้ ทางโรงพยาบาล จำเป็นต้องส่งเด็กให้สถานสงเคราะห์ เด็กในมาเลเซียต่อไป

วอนช่วยสาวคลอดลูกที่มาเลฯ ช่วงติดโควิดกลับไปรับลูกไม่ได้ รพ.จะส่งสถานสงเคราะห์


ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยังบ้านของนางสาว นูรฮาลีซา เจะอาแว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบ นางสาว นูรฮาลีซา เจะอาแว อาศัยอยู่กับสามี พ่อ และพี่สาว จึงได้เข้าไปสอบถาม จึงทราบว่า หญิงสาวดังกล่าว ไปคลอดลูกที่ประเทศมาเลเซียจริงโดยนางสาว นูรฮาลีซา แม่ของเด็ก เปิดเผยว่า วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 ตนได้เข้าไปประเทศมาเลเซีย เพื่อทำงานร้านอาหาร(ต้มยำ) ทำงานไม่กี่วันเจ็บท้อง และได้คลอดลูก วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ตนคลอดที่โรงพยาบาลในกรุงกัลลาลัมเปอร์ เป็นการคลอดก่อนกำหนด และได้แจ้งทางโรงพยาบาลขอฝากลูกไว้ที่โรงพยาบาล เพื่อเดินทางไปต่อวีซ่าที่กำลังจะหมดอายุ

วอนช่วยสาวคลอดลูกที่มาเลฯ ช่วงติดโควิดกลับไปรับลูกไม่ได้ รพ.จะส่งสถานสงเคราะห์



จากนั้นวันที่ 18 มีนาคม 2563 จึงได้เดินทางกลับต่อวีซ่าที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะเข้าประเทศมาเลเซียทันที แต่ไม่สามารถเข้าประเทศมาเลเซียได้ เพราะมาเลเซียได้ปิดประเทศ สาเหตุสถารการณ์โควิด-19 กำลังระบาด ดังนั้นตนจึงได้เดินทางกลับจังหวัดปัตตานี เพื่อตั้งหลักและหาทางเข้ามาเลเซียแต่ก็เข้าไม่ได้ ทำให้กังวลใจ เพราะลูกคลอดก่อนกำหนด ทางโรงพยาบาลยังให้ออกซิเจน ซึ่งตนเพิ่งได้อยู่ที่โรงพยาบาลกับลูกได้เพียง 3 วันเอง

ซึ่งตนก็รอให้ทางมาเลเซียเปิดประเทศ และได้หางานหาเงินเพื่อเตรียมไปรับลูกแต่ก็ไม่มีงานทำ ขณะนี้ตนกลับมาได้ 3 เดือนแล้ว ประเทศมาเลเซียก็ยังไม่เปิดประเทศ อยากให้ผู้ใหญ่ใจดีช่วยไปรับลูกที เพราะตนไม่มีเงิน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบกับค่ารักษาตอนคลอดลูก เพราะต้องผ่าตัด ประมาณ 48,000กว่าบาท และค่าใช่จ่ายอื่นๆอีก รวมแล้ว 90,000 กว่าบาท ตอนนี้พึ่งจ่ายแค่ 500 บาทเอง เพราะไม่มีเงินจริงๆ ขนาดหน้าของลูกตนยังไม่ได้เห็นเลย รู้เพียงว่าลูกเป็นผู้ชาย แต่ปัญหาสำคัญคือเข้าประเทศไม่ได้
นางสาว นูรฮาลีซา เผยว่า ทางโรงพยาบาลในประเทศมาเลเซียได้ประสานทางโทรศัพท์กับตนว่า ให้มารับลูกโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นเขาจะส่งไปที่สถานสงเคราะห์เด็ก และยังบอกว่าถ้าเด็กไปสถานสงเคราะห์จะมีปัญหา มีความยากลำบากที่จะรับเด็กกลับยังประเทศไทยตนไม่มีทางออก งานก็ไม่มี เงินก็ไม่มี ประเทศมาเลเซียก็ไมเปิด ส่วนใจพร้อมที่อยากไปรับลูก



นางสาว นูรฮาลีซา เผยอีกว่า ล่าสุดทางกงสุลส่งหนังสือมายังตน ว่ามีหญิงไทยได้กลับมาบ้านและทิ้งบุตรที่ประเทศมาเลเซีย ทั้งๆที่ตนไม่ได้ทิ้งลูก แต่ตนจำเป็นที่ว่าต้องไปต่อวีซ่าเพื่ออยู่กับลูกที่มาเลเซีย แต่เป็นจังหวะที่เกิด covid พอดีทำให้เข้ามาเลเซียไม่ได้เพราะปิดประเทศ ตนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว จึงวอนให้ทางรัฐช่วยประสานงานไปรับลูกที่อยู่โรงพยาบาลประทศมาเลเซีย หรือผู้ใจบุญช่วยเหลือด้วย ตนเกรงว่าเขาจะส่งลูกไปที่สถานสงเคราะห์เด็ก และล่าสุดทางโรงพยาบาลโทรมาเตือนอีกว่าตกลงจะเอายังไง ซึ่งต้องการให้ตนไปโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็ให้คำตอบไม่ได้เพราะไม่มีเงิน ประเทศก็ไม่เปิด เป็นห่วงลูกมาก

ซึ่งหากมีใครใจบุญจะร่วมช่วยเหลือสามารถบริจาคไปยังหมายเลขบัญชี 020258628955 ธนาคารออมสิน ชื่อนางสาวนูรฮาลีซา เจะอาแว

ข่าวล่าสุด