เนชั่นทีวี

ข่าว

"อ.เจษฎ์"ค้านปิดรร.-กักตัว ชี้ ศบค.ปั่นจนกลัวโควิดเกินเหตุ

16 ก.ค. 2563 | apirak_pra

"อ.เจษฎ์"ค้านปิดรร.-กักตัว ชี้ ศบค.ปั่นจนกลัวโควิดเกินเหตุ

"อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์" ชี้การสั่งปิดโรงเรียน รวมถึงสั่งกักตัวคนที่มาจาก จ.ระยอง เป็นเรื่องทำเกินเหตุ ชี้เป็นผลพวงจากการที่ ศบค. ปั่นให้คนกลัวโควิด-19 จนเกินไปทั้งๆที่โรคนี้มีเคสที่น่ากลัวน้อยมาก

หลังจากที่เกิดกรณีทหารอียิปต์ติดโควิด-19 ใน จ.ระยอง จนทำให้ต้องมีการสั่งปิดโรงเรียนหลายแห่งทั่วทั้งจังหวัด ขณะที่ประชาชนที่เดินทางมาจาก จ. ระยอง ไปที่อื่น ก็ต้องถูกสั่งกักตัว 14 วันนั้น
ล่าสุด นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการโพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว ดังนี้...
เรื่องปิดโรงเรียนในจังหวัดระยอง รวมถึงการกักตัวคนที่มาจากจังหวัดระยอง 14 วันนั้น นับเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก ! กลัวกันจนเกินเหตุไปแล้ว ... และนี่แหละคือผลลัพธ์จากการที่ ศบค. เอาแต่หลอกปั่นหัว ให้เรากลัวโรค covid-19 จนเกินเหตุ มานานนับหลายเดือน
มาตรการการดูแลควบคุมและป้องกันโรคที่กระทรวงสาธารณสุข มีวางไว้ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า เน้นไปที่ผู้ติดเชื้อเป็นหลัก เช่น ถ้าพบผู้ติดเชื้อที่โรงเรียนไหน ก็ปิดโรงเรียนนั้น พบผู้ติดเชื้อที่โรงแรมไหนก็ปิดโรงแรมนั้น เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อทำความสะอาด รวมทั้งเฝ้าระวัง ว่าคนที่อยู่ในสถานที่นั้นมีใครเริ่มมีอาการคล้ายจะติดเชื้อหรือเปล่า
อย่าลืมว่าโรค covid19 ก็เป็นเชื้อโคโรนาไวรัสที่แพร่มากับสารคัดหลั่ง ซึ่งก็คือมาจากน้ำลายและเสมหะเป็นหลัก โดยผู้ที่มีอาการของโรคแล้วจะเป็นผู้ที่แพร่เชื้อได้ดีที่สุด ขณะที่ผู้ที่ไม่มีอาการของโรค แม้ว่าจะมีรายงานว่าแพร่เชื้อได้ แต่ความสามารถในการแพร่เขื้อก็จะน้อยกว่ามาก

ดังนั้นในกรณีของทหารอียิปต์ VIP ที่มาเดินในจังหวัดระยอง ซึ่งปรากฏภาพว่าใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ... หน้ากากอนามัยก็ทำหน้าที่ของมัน คือลดการแพร่เชื้อออกจากผู้ติดเชื้อนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว โอกาสที่เชื้อจากทหารคนนั้นจะแพร่กระจายไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นไปได้น้อยมาก
ประเด็นสำคัญ ที่ผมพูดมาหลายทีตั้งนานแล้ว คือ โรคนี้มันเป็นโรคของการคลุกคลีกัน เราต้องมีโอกาสพูดจาใกล้ชิด ได้รับเชื้อไวรัสผ่านทางละอองน้ำลายของผู้ติดเชื้อ เป็นเวลาและปริมาณมากระดับหนึ่ง ที่จะทำให้ร่างกายได้รับเชื้อไปมาก จนเราก็เป็นผู้ติดเชื้อไปเองด้วย (หรือที่เรียกว่าต้องดู viral load นั่นเอง)
ดังนั้น ถ้าถามหมอทางด้านโรคติดเชื้อ ตัวจริงๆ (ไม่ใช่พวกหมอที่อยู่ใน ศบค.) น่าจะพูดตรงกันว่า ไม่มีเหตุจำเป็นใดๆเลยที่จะต้องปิดโรงเรียนโดยรอบในจังหวัด ทั้งๆที่ทหารอียิปต์คนนั้นไม่เคยไป ... รวมถึงไม่จำเป็นจะต้องกักกันตัวคนที่มาจากจังหวัดระยองด้วย
พูดง่ายๆ คือ เราควรจะมุ่งไปที่ตัวผู้ติดเชื้อโดยตรงเท่านั้น ไม่ใช่กังวลและกลัวกันไปหมด จนประเทศไทยไม่ต้องทำอะไรกินกันแล้ว ( ตอนนี้ หลายคนก็ตกงานกัน จนแทบจะไม่ค่อยมีอะไรกินอยู่แล้วด้วย)
ทั้งหมดของความมั่วนี้ สาเหตุก็มาจากการที่ ศบค. และเครือข่ายสื่อโซเชียล ไปสร้างความน่ากลัวให้กับโรคโควิดจนเกินเหตุ เอาแต่มุมภาพลบ-ไอซียู-ความตาย ที่น่ากลัวมาขู่ประชาชนทุกวัน (ซึ่งจริงๆแล้วเคสที่น่ากลัวขนาดนั้น มันมีปริมาณน้อยมากๆๆๆ เมื่อเทียบกับเคสของคนที่ติดโรค แล้วก็รักษาหายได้) ยังกับเป็นผีร้าย เป็นไวรัสร้าย ที่เราแค่หายใจเอาลมหายใจคนที่ติดเชื้อเข้าไป แล้วต้องตายไปด้วย (ซึ๋งไม่จริงเลย)

ข้อเสนอผมที่มีโดยตรงต่อประยุทธ์และรัฐบาล คือเปลี่ยนคณะที่ปรึกษาทางสาธารณสุขและความมั่นคงชุดเก่า ออกไปได้แล้วครับ
เอากลุ่มอาจารย์หมอที่เชี่ยวชาญเรื่อง "ระบาดวิทยา" มาดูแลแทน โดยไม่เอาคนทางด้านสภาความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
รับรองได้ว่านโยบายเรื่องโรคโควิดจะเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือเลย .. เพราะแทบไม่มีใครในโลกนี้ ที่หวังจะเอาชนะโรคไวรัสนี้ กดจำนวนผู้ติดเชื้อให้เป็น 0 ไปจนกระทั่งวัคซีนจะมาหรอก เขามีแต่หาทางอยู่ร่วมกับเชื้อโรคนี้ ในระดับที่ระบบสาธารณสุขของประเทศเขารับไหว เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการศึกษาเดินหน้าต่อไปได้
ปล. อยากจะบ่นต่อ เรื่องที่ให้เด็กเรียนออนไลน์อยู่กับบ้าน (ขนาดจุฬาฯ ยังให้นิสิตเรียนออนไลน์ที่บ้านเลย) ว่านั่นก็เป็นไอเดียที่ไม่ถูกต้องจริงๆ เสียหายทางการศึกษา และเกิดปัญหาสังคมที่แต่ละบ้านด้วย แถมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ตอนหลังก็บอกว่า "เด็กสามารถติดเชื้อจากผู้ใหญ่ได้ แต่การที่เด็กจะแพร่กระจายเชื้อกันเอง หรือไปหาผู้ใหญ่นั้น มีน้อยมากมากๆๆ"... แต่สงสัยจะยาวเกินแน่ๆ ไว้คราวหน้าแล้วกัน

ข่าวล่าสุด