เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 16 กรกฎาคมนายรุ่งวิกรัย พิชญาการ ฝ่ายประสานงานชุมชนบ้านถ้ำลอด หมู่ 1 ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยราษฎรบ้านถ้ำลอดจำนวนประมาณ 200 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีว่าที่ร้อยโท ขุนทอง สายบุตร ผอ.กลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ ว่าที่ร้อยตรี พศิน รัตนวรภรณ์ จ่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้แทนปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้ออกมารับหนังสือร้องเรียน จากราษฎรจากนั้นได้มีการให้ผู้แทนของกลุ่มราษฎร จำนวน 15 คนขึ้นไปชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน
นายรุ่งวิกรัย พิชญาการ แกนนำราษฎรบ้านถ้ำลอด เปิดเผยว่า เรื่องการเก็บเงินของกรมอุทยานนสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว ชาวไทยรายละ 20 บาท และชาวต่างชาติ รายละ 200 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของถ้ำน้ำลอดอย่างหนัก ยิ่งปัจจุบันยังคงอยู่ระหว่างการรับมือกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมาแล้วกว่า 2 เดือน และเพิ่งเริ่มเปิดการท่องเที่ยวกลับมีการมาเก็บเงินเพิ่มจากนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ส่งผลให้การท่องเที่ยวแทบเป็นศูนย์ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเมื่อมาถึงและพบว่ามีการเรียกเก็บเงินจากเจ้าหน้าที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ซึ่งดูแลถ้ำน้ำลอด ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พากันเดินทางกลับ ไม่ยอมเข้ามาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวถ้ำน้ำลอด ทำให้กระทบต่อราษฎรบ้านถ้ำลอด กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ที่อาศัยการเป็นไกด์ตะเกียงนำเที่ยวในถ้ำน้ำลอด