เนชั่นทีวี

ข่าว

ถอดบทเรียน "เมลเบิร์น" ระบาดรอบสองเพราะ "กักตัวล้มเหลว"

15 ก.ค. 2563 | kittidit_tha

ถอดบทเรียน "เมลเบิร์น" ระบาดรอบสองเพราะ "กักตัวล้มเหลว"

สิ่งที่คนไทยกลัวที่สุดในตอนนี้ก็คือ กลัวว่ามาตรการผ่อนปรนและข้อยกเว้นต่างๆ อาจทำให้มีช่องโหว่ที่เชื้อโควิด-19 จากต่างประเทศจะหลุดเข้ามาระบาดในประเทศโดยไม่ได้ตั้งใจ จนกลายเป็น "ระลอกที่สอง" เหมือนกับที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียซึ่งเพิ่งมียอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศทะลุ 1 หมื่นคนเมื่อวันอังคาร

เมื่อดูจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันในรัฐวิกตอเรียซึ่งมีเมลเบิร์นเป็นเมืองเอก จะพบว่าหลังจากมีมาตรการควบคุมทางสังคมที่รวดเร็วและเข้มงวด สถานการณ์การระบาดก็กลับมาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเดือนเมษายนและพฤษภาคมจนเหลือผู้ติดเชื้อเป็นเลขหลักเดียวหรือบางวันก็เป็นศูนย์ แต่แล้วจำนวนผู้ติดเชื้อก็กลับมาสูงลิ่วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จนตอนนี้มีผู้ติดเชื้อหลักร้อยมานานกว่า 1 สัปดาห์ติดต่อกันแล้ว 
จุดเปลี่ยนของเมลเบิร์นเกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนในโรงแรมที่เป็นสถานกักตัวของพลเมืองที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ โดยมี 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อหลุดจากสถานกักตัวไประบาดในชุมชน

ถอดบทเรียน "เมลเบิร์น" ระบาดรอบสองเพราะ "กักตัวล้มเหลว"

1. จำนวนพลเมืองออสเตรเลียที่เดินทางกลับมาพร้อมๆ กันมากเกินไปจนเกินควบคุม ออสเตรเลียก็เหมือนไทยที่พลเมืองคนไหนก็ตามที่มาจากต่างประเทศต้องกักตัวนาน 14 วัน แต่ที่ออสเตรเลียมีข้อกำหนดว่า ใครลงเครื่องที่เมืองไหนก็ให้กักตัวที่เมืองนั้น ปรากฏว่า ด้วยความที่เมลเบิร์นเป็นเมืองใหญ่ คนส่วนใหญ่ก็เลยบินไปลงที่เมลเบิร์น จนบางวันมียอดพลเมืองที่เข้ามาสูงถึงหลักพัน และสถานที่กักตัวหลายแห่งก็เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองด้วย

2. ความไม่ชำนาญของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มีรายงานว่า รัฐวิกตอเรียได้เลือกใช้บริการบริษัทของเอกชนแทนที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญของภาครัฐ ขณะที่บริษัทเอกชนบางเจ้าก็เอาเงินไปจ้างเจ้าหน้าที่จากบริษัทที่มีค่าจ้างถูกกว่ามาอีกทอดหนึ่ง ทำให้ได้บุคลากรที่ไม่มีคุณภาพ บางคนผ่านการบรีฟงานก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่แค่ 5 นาทีเท่านั้น
เมื่อคนไม่ชำนาญ ปัญหาก็เกิดทันที เพราะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนไม่ใส่หน้ากากอนามัย มีอุปกรณ์ป้องกันไม่เพียงพอ ใช้ลิฟต์ร่วมกับกลุ่มเสี่ยง และถึงขั้นไปมีเพศสัมพันธ์กับคนที่กำลังกักตัว แถมหลายคนยังรับหลายงานพร้อมกัน เป็นการ์ดเสร็จไปเป็นกุ๊กต่อ ไปขับแท็กซี่ต่อ หารู้ไม่ว่าตัวเองได้เอาเชื้อไวรัสไปแพร่ต่อด้วย
3. ความไร้วินัยของคนที่กักตัวเอง หลายคนมองว่าตัวเองร่างกายแข็งแรง ไม่มีอาการ ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง ก็เลยไม่จริงจังกับการกักตัว มีการออกมาเดินนอกห้อง สั่งอาหารเดลิเวอรี่จากภายนอก ไม่คุมลูกหลานที่วิ่งเล่นไปทั่ว อย่าลืมว่า "แม้เราไม่มีอาการก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ติดเชื้อ"

ถอดบทเรียน "เมลเบิร์น" ระบาดรอบสองเพราะ "กักตัวล้มเหลว"

จากปัจจัยเหล่านี้ ตอนนี้โควิด-19 ก็เลยกลับมาแพร่ระบาดไปทั่วเมืองเมลเบิร์นจนยากที่จะสอบสวนแกะรอยหาต้นตอได้ จนทางการต้องออกมาตรการหลายด้านมารับมือ ไม่ว่าจะเป็นการระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่จะเข้ามาในเมลเบิร์นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และให้ไปลงจอดที่อื่นแทน โดยในระหว่างนี้ก็ต้องเร่งยกเครื่องระบบการกักตัวใหม่ทั้งหมด ด้วยการใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริงๆ ใช้ทหารเข้ามาช่วยสอบสวนโรค และให้เจ้าหน้าที่เรือนจำมาช่วยดูด้านความปลอดภัย พร้อมเปิดการสอบสวนหาข้อผิดพลาดในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันเมลเบิร์นก็จำเป็นต้องกลับมาล็อกดาวน์ใหม่อีกรอบนาน 6 สัปดาห์เพราะคุมเชื้อโรคไม่อยู่จริงๆ และเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อลามไปยังเมืองใหญ่อื่นๆ ทางรัฐวิกตอเรียก็เลยต้องปิดพรมแดนที่ติดกับรัฐนิวเซาท์เวลส์ด้วย เพราะที่รัฐนี้มีเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่งนั่นคือ "ซิดนีย์" ซึ่งสถานการณ์น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน
เหตุการณ์ในเมลเบิร์นเป็นสิ่งที่คนไทยไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบทั้งระบบให้รัดกุม อุดทุกช่องโหว่ที่เป็นไปได้ เพราะถ้ามีผู้ติดเชื้อแม้แต่คนเดียวเล็ดรอดออกไป ความพยายามที่ผ่านมาของคนไทยทั้งหมดก็อาจสูญเปล่า และถ้าการระบาดเกิดลุกลามกลายเป็นระลอกที่สองขึ้นมาจริงๆ ถึงเวลานั้น "แค่คำขอโทษ" คงไม่พอ...

ถอดบทเรียน "เมลเบิร์น" ระบาดรอบสองเพราะ "กักตัวล้มเหลว"

ถอดบทเรียน "เมลเบิร์น" ระบาดรอบสองเพราะ "กักตัวล้มเหลว"

ข่าวล่าสุด