ซัดนโยบายปล่อยกู้ช่วยเอสเอ็มอีแค่ภาพลวงตา
11 ก.ค. 2563 | chairat_pat

"เด็กเพื่อไทย"สับรัฐไม่จริงใจแก้ปากท้องเอสเอ็มอี หวังช่วยแต่กลุ่มนายทุนให้ได้รับประโยชน์จากการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ ซัดนโยบายแบบนี้ทำธุรกิจขนาดเล็กล้มหายตายจาก
ข่าว
11 ก.ค. 2563 | chairat_pat

"เด็กเพื่อไทย"สับรัฐไม่จริงใจแก้ปากท้องเอสเอ็มอี หวังช่วยแต่กลุ่มนายทุนให้ได้รับประโยชน์จากการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ ซัดนโยบายแบบนี้ทำธุรกิจขนาดเล็กล้มหายตายจาก
(11 กรกฎาคม 2563) นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลนำพ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ และช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี จำนวนเงินกว่า 500,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลมอบอำนาจให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปจัดสรรเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจทั้งรายเล็กรายใหญ่จนถึงวันนี้ (11ก.ค.) รายละเอียดและหลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือยังไม่มีออกมา ว่าจะให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างไรและกลุ่มใดบ้าง
ทั้งนี้ รัฐบาลมีแต่แผนงาน แต่ไม่มีรายละเอียดของการช่วยเหลือ ไม่มีการเขียนให้ชัดไปเลย ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร รัฐบาลเขียนกรอบไว้กว้างมาก สุดท้ายผู้ประกอบการก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจกว่า 90% ไม่อยู่ในระบบธนาคาร จึงไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้จำนวน 500,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลบอกว่าจะนำมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยออกเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้ เหลือเพียงแค่ 10% ที่เข้าถึง จึงถือว่ารัฐบาลกำลังการสร้างความเหลื่อมล้ำในกลุ่มผู้ประกอบการและทอดทิ้งธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง ซึ่งผลลัพธ์ คือ ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง จำนวนมากต้องปิดกิจการไปเป็นที่เรียบร้อย เพราะขาดทุนหมุนเวียน
"เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่แบงก์ชาติ ให้ธนาคารพาณิชย์กู้ในอัตรา 0.01% แล้วธนาคารไปปล่อยให้ผู้ประกอบการไม่เกิน 2% ผมเข้าใจได้ว่าธนาคารพาณิชย์ต้องเลือกปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าชั้นดีเท่านั้น ซึ่งมีจำนวนไม่ถึง 10% จากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งสิ้น 3 ล้านราย แต่รัฐบาลไม่ควรทอดทิ้งผู้ประกอบการที่เหลือให้ล้มหายตายจากไป จากมาตรการดังกล่าวชัดเจนว่ารัฐบาลตั้งใจช่วยธนาคารมากกว่าช่วยผู้ประกอบการ เพราะแบงก์พาณิชย์จะมีกำไรจากส่วนต่างของดอกเบี้ย แถมรัฐบาลยังค้ำประกันให้อีก กรณีที่เป็นหนี้เสีย ดังนั้น ที่บอกจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจึงเป็นภาพลวงตา เพราะรัฐตั้งใจช่วยนายทุนเจ้าสัวมากกว่าผู้ประกอบการรายย่อยใช่หรือไม่" นายการุณ กล่าว