ญี่ปุ่นเร่งกู้ภัย-เตือนภัยสูงสุดที่ภูมิภาคคิวชู
07 ก.ค. 2563 | nattaphon_jan

เจ้าหน้าที่กู้ภัยญี่ปุ่น เร่งมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากฝนตกหนักในภูมิภาคคิวชู ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 52 คน และทางการประกาศเตือนภัยในระดับสูงสุด
ข่าว
07 ก.ค. 2563 | nattaphon_jan

เจ้าหน้าที่กู้ภัยญี่ปุ่น เร่งมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากฝนตกหนักในภูมิภาคคิวชู ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 52 คน และทางการประกาศเตือนภัยในระดับสูงสุด
เจ้าหน้าที่กู้ภัยญี่ปุ่น เร่งมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากฝนตกหนักในภูมิภาคคิวชู ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 52 คน และทางการประกาศเตือนภัยในระดับสูงสุด
เจ้าหน้าที่กู้ภัยของญี่ปุ่นต้องเร่งมือทำงานแข่งกับเวลา เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตในขณะที่ฝนยังคงตกหนักในภูมิภาคคิวชูในวันนี้ ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่
อย่างน้อย 52 คน โดยอยู่ที่จังหวัดคุมาโมโต 51 คน ฟุกุโอกะ 1 คน กับสูญหาย 11 คน
รัฐบาลประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด จากการที่แม่น้ำชิกูโกะในจังหวัดโอริตะกำลังเอ่อล้น สร้างความวิตกว่าจะทะลักเข้าท่วมอีกหลายเมือง ที่จังหวัดโอมุตะ มีประชาชนราว
200 คน ต้องไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว 2 แห่ง หลังน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยหน่วยงานท้องถิ่น ได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง ให้ส่งทหารจากกองกำลังป้องกันตนเองไปสนับสนุนปฏิบัติการกู้ภัย
แม่น้ำชิกูโกะ ได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคิวชู ได้เอ่อล้นตลิ่นและไหลทะลักเข้าไปในเมืองฮิตะ จังหวัดโออิตะ ทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาในท้องถิ่นและกระทรวงที่ดิน ต้องประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด
ความพยายามค้นหาคนที่อาจติดอยู่ตามพื้นที่น้ำท่วมและดินถล่ม ได้ดำเนินติดต่อกันนานกว่า 72 ช.ม.แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่มีการกำหนดเส้นตายการยุติปฏิบัติการ
ที่ใช้บุคลากรมากกว่า 40,000 คน รวมทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่ยามฝั่งและทหาร ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามภูเขา ยังคงไม่มีไฟฟ้ากับน้ำประปาใช้ อีกทั้งโทรศัพท์ก็ถูกตัดขาด และทางการพยายามอพยพพวกเขาไปยังศูนย์พักพิง
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ญี่ปุ่นได้ชื่อว่าได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 น้อยกว่า จากการพบผู้ติดเชื้อไม่ถึง 20,000 คน และเสียชีวิตไม่ถึง 1,000 คน
แต่แม้จะเผชิญภัยพิบัติ ก็ยังจำเป็นต้องเว้นระยะห่างทางสังคม ด้วยการลดการแออัดตามศูนย์พักพิง จากการที่ประชาชนหลายแสนคน ไม่ต้องถูกบังคับให้อพยพ แต่ให้ดูแลความปลอดภัยของตัวเอง ส่วนคนที่เข้าไปอยู่ในศูนย์หลบภัยที่ดัดแปลงมาจากโรงยิม แม้จะเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ต้องแยกกันอยู่โดยมีกระดาษแข็งกั้นแทนผนัง เพื่อป้องกันการแพร่ไวรัส แต่บางคนก็เลือกนอนในรถบนต์ เพราะไม่อยากเสี่ยงติดเชื้อเมื่อต้องไปอยู่ร่วมกับคนอื่น