เนชั่นทีวี

ข่าว

"ณัฐพงษ์"อัดจัดงบรัฐบาลดิจิทัลคงรูปที่สิ้นหวัง

02 ก.ค. 2563 | thongthai_raw

"ณัฐพงษ์"อัดจัดงบรัฐบาลดิจิทัลคงรูปที่สิ้นหวัง

"เด็กก้าวไกล"ชำแหละงบประมาณดิจิทัลรัฐบาลเปรียบเหมือนคอมพิวเตอร์โบราณไร้การอัพเกรด แถมจัดรูปแบบการใช้เงินอย่างสิ้นหวัง พร้อมเตรียมชำแหละต่อ โครงการ Asean Digital Hub ในชั้นกรรมาธิการ

(2 กรกฎาคม 2563) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กรุงเทพ พรรคก้าวไกล อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ว่า หลังจากที่ได้ดูการจัดงบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะในส่วนของงบประมาณรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการนำเม็ดเงินไปลงทุนในการติดตั้งระบบปฏิบัติการ หรือ OS บนคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ซึ่งมีแรมแค่ 84,000 ไบท์ ให้กับประเทศนี้ ที่ไม่เกิดผลประโยชน์ทั้งนี้ เพราะเมื่อพิจารณาตามข้อสังเกตของกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณในปีที่แล้ว พบว่ารัฐบาลยังไม่ได้นำข้อสังเกตหลายประการของกมธ.ไปปรับปรุงแก้ไขในงบประมาณปีนี้ เช่น ไฟล์ pdf ยังไม่สามารถกด Ctrl+F เพื่อค้นหาข้อความในเอกสารกว่าสองหมื่นหน้าได้ และผ่านมาแล้ว 1 ปี สำนักงบประมาณยังไม่ได้มีการส่งไฟล์ที่มีโครงสร้างข้อมูลมาให้พิจารณา ทั้งที่ไม่ได้เป็นข้อมูลชั้นความลับมาก อีกทั้ง ขณะนี้ผ่านมาแล้ว 1 ปี ยังไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณลงไปในการแก้ไขในระบบ SAPIENS ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.)นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าซึ่งเป็นเป็นระบบที่เกิดขึ้นมานานแต่ยังไม่มีงบประมาณด้านดิจิทัลไปอัพเกรดให้กับระบบที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน เพราะยังไม่เห็นรัฐบาลขอตั้งงบเข้ามา และยังมีในส่วนของแรงงานนอกระบบที่เดือดร้อนไม่แพ้กัน จากเว็บไซต์ "เราไม่ทิ้งกัน" ที่มีปัญหาตั้งแต่การจ่ายเงินเยียวยาที่ล่าช้า ตลอดจนการคัดกรองที่ไม่เป็นธรรม

"ณัฐพงษ์"อัดจัดงบรัฐบาลดิจิทัลคงรูปที่สิ้นหวัง


"วิธีการทำงานของรัฐบาลแบบนี้ที่ทำให้ประชาชนต้องพยายามฆ่าตัวตาย เพื่อประชดรัฐบาล จากปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา หากรัฐบาลยังจัดงบประมาณด้านดิจิทัลเหมือนแบบที่ผ่านมา ก็คงเรียกได้ว่าเป็นการจัดงบประมาณแบบคงรูปที่สิ้นหวัง เพราะจะจัดสักกี่ที ก็ให้ผลเหมือนเดิม แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลก็ไม่สามารถเป็นจริงได้สักที และเมื่อไปดูงบในส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น 18.5% ซึ่งเป็นอัตตราที่สูงที่สุดในระดับหน่วยงานที่เป็นกระทรวง"นายณัฐพงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งแผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลขึ้นมาอีก มีงบรวมกันประมาณ 2,000 ล้านบาท และหากดูเพียงผิวเผินก็เหมือนรัฐบาลให้ความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณลงไปพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอยู่แล้ว แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเม็ดเงินก้อนใหญ่ในแผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลแท้จริง เป็นเพียงเหล้าเก่าที่เทลงไปในขวดใหม่ เนื่องจากเป็นโครงการเดิมในปีงบประมาณ 63 ที่ทั้งหมดเคยฝังอยู่ในงบของหน่วยงานต่างๆ มาจับมัดรวมกันในแผนบูรณาการปี 64 เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่งบประมาณส่วนเพิ่มถูกนำไปใชในโครงการ Asean Digital Hub ถึง 1.2 พันล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการลากสายเคเบิ้ลใต้น้ำ เพื่อเชื่อมโครงการไปยัง Digital Park ที่ตั้งอยู่ใน EEC โปรเจคในฝันของรัฐบาล เพื่อสร้างสมาร์ทซิตี้ที่ดูท่าจะไปไม่รอด เพราะตั้งแต่ครั้งแรกของการเปิดประมูล ไม่มีเอกชนรายใดยื่นซองประมูล จนรัฐบาลต้องผ่อนผันเงื่อนไขเพื่อให้สิทธิ์เพิ่มเติมกับนักลงทุน

"ณัฐพงษ์"อัดจัดงบรัฐบาลดิจิทัลคงรูปที่สิ้นหวัง

"เราต้องช่วยกันตั้งคำถามว่ารัฐบาลกำลังนำเม็ดเงินส่วนเพิ่มเกือบทั้งหมดนี้ไปทำเพื่อใครกันแน่ ในเมื่อทุกวันนี้ 70 % ของประชากรไทย สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้อยู่แล้ว เหตุใดรัฐบาลจึงเอางบส่วนเพิ่มไปลงทุนในโครงการเดียว ดังนั้น จะเห็นรัฐบาลกำลังนำเม็ดเงินไปตอบโจทย์ให้กับนายทุนไม่ใช่ประชาชน ซึ่งตรงกันข้ามกับที่เราต้องการเห็น คือ การลงทุนเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย โดยใช้เงินภาษีจากทุกคน คนละ 20 บาท ไปลงทุนให้กับโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล"นายณัฐพงษ์ ระบุอย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนทุกคนมาติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ให้กับประเทศ ที่มีชื่อเรียกว่า MFP OS 4.0 คือ นำเม็ดเงินภาษีก้อนนี้ไปลงทุนในโครงการพื้นฐานทางด้านดิจิทัล หรือที่เรียกว่าดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อทุกคนขึ้นมา เช่น ดิจิทัลไอดี บริการสาธารณขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อใช้ในการยืนยันตัวบุคคลได้อย่างปลอดภัยในโลกดิจิทัลทั้งนี้ เพราะการยืนยันตัวบุคคลนั้นถูกรับรองโดยรัฐ ว่าบุคคลนี้มีข้อมูลจริงอยู่ในทะเบียนราษฎร์ และข้อมูลเปิด เช่น ข้อมูลการเดินสารรถเมล์ หรือระบบขนส่งสาธารณะในหัวเมืองต่างๆ ดังนั้น ตนไม่สามารถรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ได้ และหากมีการผ่านวาระแรก ก็จะเจอกันในชั้นกมธ. โดยเฉพาะประเด็นโครงการ Asean Digital Hub

ข่าวล่าสุด