เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดเบื้องหลัง"เสี่ยหนู" เขียนจดหมาย ดันบรรจุขรก.สธ

30 มิ.ย. 2563 | thanongsak

เปิดเบื้องหลัง"เสี่ยหนู" เขียนจดหมาย ดันบรรจุขรก.สธ

เพจเฟสบุ๊ค "Like Anutin" ได้โพสข้อมูลเบื้องหลังของการบรรจุข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข โดยแชร์ภาพจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ ของรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล โดยในโพสระบุว่า "รองฯหนู" เขียนจนมือหงิก กับภารกิจ "ป๋าดัน" บรรจุข้าราชการ สธ.

การเรียกรายงานตัวข้าราชการใหม่วานนี้(29มิถุนายน) เป็นผลลัพท์จากความพยายามของรองฯหนู ที่ผลักดันให้พนักงานข้าราชการได้บรรจุเป็นข้าราชการ ตอบแทนการสู้รบกับโควิด
เรื่องของเรื่องต้องย้อนกลับไปที่กระทรวงสาธารณสุข ช่วงกลางเดือนมีนาคม จากการที่พบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนที่สนามมวยและสถานบันเทิง ส่งผลให้บุคลากร สธ.ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่า รองฯหนูได้หารือกับผู้บริหารกระทรวงหลายท่านเกี่ยวกับการสร้างขวัญและกำลังใจคนทำงานอย่างไรดี เพราะนี่คือนักรบแนวหน้า ขวัญและกำลังใจ เป็นสิ่งสำคัญ
ที่สุดแล้วจึงตกผลึกว่า ต้องบรรจุพนักงานเป็นข้าราชการ เพราะนี่คือเกียรติยศสูงสุดของหลายๆ คน กระบวนการผลักดันให้เกิดการบรรจุข้าราชใหม่ "ชุดโควิด" จึงเริ่มต้นอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น ซึ่งโควิดยังระบาดไม่หยุด มีการประชุมที่ สธ.ถึงดึกแทบทุกวัน ที่สุดแล้ว ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 เมษาฯ รองฯหนู ต้องเสนอเรื่องนี้เอง โดยการพูดโน้มน้าว ครม. มีอนาคตพนักงานงาน สธ.เป็นเดิมพัน
รองฯหนู มาถึงทำเนียบแต่เช้า และหยิบกระดาษมาเขียน ใช้เวลาอยู่ตรงนั้นพอสมควร ก่อนที่จะเดินเข้าห้องประชุม หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง ครม.ได้เห็นชอบให้มีการบรรจุข้าราชการ 4.5 หมื่นตำแหน่ง ตามที่ท่านรองฯ เสนอ รัฐมนตรีอนุทิน ออกมาจากที่ประชุมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จากนั้น สื่อหลายสำนักได้เปิดเผยบรรยากาศในที่ประชุม ครม.วันนั้น ซึ่งท่านรองฯ ได้เขียนทุกอย่างที่อยากจะพูดลงไปในกระดาษ 7 แผ่นเนื้อหาดังนี้
"วันนี้มีเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ 7 เรื่องที่เกี่ยวกับการเยียวยาโควิด 19 แต่ผมจะขอนำเสนอด้วยตนเองในเรื่องที่ 3 คือเรื่องการขอบรรจุข้าราชการเพิ่มเติม จากที่เป็นพนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนนี้ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์ จำนวน 45,684 คน จากบุคลากรประเภทนี้ที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 160,000 คน แต่ผมขอความกรุณา คณะรัฐมนตรีอย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องจำนวนบุคลากรเหล่านี้ ล้วนเป็นบุคลากรวิชาชีพ อาทิเช่น แพทย์พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ เป็นบุคลากรที่มีทักษะ และได้รับการอบรมเป็นอย่างดี ประเทศจะต้องรักษา ให้ระบบสาธารณสุข คงจำนวนบุคลากรเหล่านี้ ให้อยู่ในระบบอย่างยั่งยืน
แต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆของกลไกราชการ บุคลากรเหล่านี้ มีสภาพเป็นเพียงพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐ กระทรวงสาธารณสุข ใช้เงินบำรุง ของแต่ละโรงพยาบาล มาว่าจ้าง ทำให้เกิดการหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านของบุคลากรในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก เพราะเมื่อมีข้อสนอที่ดีกว่าจากภาคส่วนอื่นๆ เขาก็ต้องไปทำงาน ในที่ที่มีรายได้มากกว่า ทั้งที่ต้นทุนในการฝึกฝนทักษะ รัฐเป็นผู้ลงทุนไว้
เมื่อมีสถานการณ์โรค Covid-19 ในครั้งนี้ เราได้เห็นความทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่น ของบุคลากรสาธารณสุขเหล่านี้ ที่เข้าไปต่อสู่ รักษา ป้องกัน อย่างสุดความสามารถ ที่จะทำใก้เกิดความปลอดภัยแก่คนในชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่า โรคโควิด นอกจากจะคร่าชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากแล้ว ยังเป็นโรคที่คร่าชีวิตบุคลากร สธ. มากที่สุดด้วย
การปรับสถานะให้เขามีความมั่นคงในอาชีพการงาน จะทำให้คุณภาพของการบริการผู้ป่วยได้รับการยกระดับอย่างชัดเจน เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ค้างคามานานต้องใช้อำนาจในการบริหารเท่านั้น ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเขาได้ บุคคลเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญเฉพาะทาง เป็นสายอาชีพ ที่นำเสนอมานี้ไม่ใช่เป็นการขออัตราเพิ่ม แต่เป็นการทำให้ระบบมีความสมบูรณ์
ทุกวันนี้เราใช้เงินบำรุงจากโรงพยาบาลจ้าง ก็เหมือนกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ ต่อให้ปรับสถานะของเขา ก็ไม่ได้เท่ากับจะทำให้เขามีรายได้เท่ากับที่เขาไปทำงานกับเอกชน แต่อย่างน้อยคำว่าข้าราชการก็จะทำให้เขามีความภาคภูมิใจในวิชาชีพของพวกเขา สามารถทดแทนทางเลือก ที่จะไปทำงานในภาคส่วนอื่น เนื่องจากมีความมั่นคงและมีเกียรติยศ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้เป็นการเตรียมความพร้อมของระบบสาธารณสุขของประเทศ ให้เรามีความยั่งยืนมั่นคงมากขึ้นกว่าเดิม
เราจะมีบุคลากรด้านการสาธารณสุข ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ความพร้อมและศักยภาพ ในการรับมือโรคระบาดใหญ่ในอนาคต และที่สำคัญที่สุด เรากำลังสร้างฐานที่มั่นคงให้กับการสาธารณสุข ที่พร้อมดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้
หลังจากโควิด คนเหล่านี้จะเป็นผู้ดูแล รักษา และป้องกันโรค ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอาย ที่แข็งแรงมั่นคง ยั่งยืน และเป็นประเทศที่มีระบบการสาธารณสุขที่เข้มแข็งอันดับต้นๆของโลกตลอดไปหากข้อเสนอนี้ ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เราจะสร้างความมั่นคงให้กับบุคลากรด้านการสาธารณสุขได้เป็นจำนวนมาก และเป็นการวางรากฐานและเสริมระบบที่มั่นคงให้กับระบบ สธ. ให้แข็งแกร่งยั่งยืน ด้วยผลลัพธ์ที่ได้มาคือ สธ.มีบุคลากรที่เข้มแข็ง มากด้วยประสบการณ์ และความชำนาญ
โรงพยาบาลไม่ต้องนำเงินบำรุงมาจ้างบุคลากรที่มีความไม่แน่นอน ว่าจะอยู่ได้นานหรือไม่ และสามารถนำเงินเหล่านี้ไปพัฒนาหน่วยบริการ แก้ไขปัญหาการเงิน ตามภารกิจของ ร.พ.ได้ นี่คือสิ่งที่ได้รับกลับมา ซึ่งจะส่งผลให้ความพยายามและความทุ่มเท ที่พวกเขาใส่ลงไป ไม่สูญเปล่า"
นี่คือแนวคิด ความตั้งใจ ความพยายามของรองฯหนูในการผลักดันเรื่องการบรรจุข้าราชการ ที่รองฯหนู ให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน

เปิดเบื้องหลัง"เสี่ยหนู" เขียนจดหมาย ดันบรรจุขรก.สธ

เปิดเบื้องหลัง"เสี่ยหนู" เขียนจดหมาย ดันบรรจุขรก.สธ

เปิดเบื้องหลัง"เสี่ยหนู" เขียนจดหมาย ดันบรรจุขรก.สธ

เปิดเบื้องหลัง"เสี่ยหนู" เขียนจดหมาย ดันบรรจุขรก.สธ

เปิดเบื้องหลัง"เสี่ยหนู" เขียนจดหมาย ดันบรรจุขรก.สธ

เปิดเบื้องหลัง"เสี่ยหนู" เขียนจดหมาย ดันบรรจุขรก.สธ

เปิดเบื้องหลัง"เสี่ยหนู" เขียนจดหมาย ดันบรรจุขรก.สธ

ข่าวล่าสุด