เนชั่นทีวี

ข่าว

ช่วย SME 7.65 แสนราย ‘สมคิด’ สั่งอัดงบ 5 หมื่นล้านเข้าถึงสินเชื่อ

29 มิ.ย. 2563 | orawan_jan

ช่วย SME 7.65 แสนราย ‘สมคิด’ สั่งอัดงบ 5 หมื่นล้านเข้าถึงสินเชื่อ

สสว. จัดงบ 5 หมื่นล้าน หนุนเอสเอ็มอีชายขอบที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ คาดมีผู้ประกอบการกว่า 7.65 แสนรายจะได้รับความช่วยเหลือ พร้อมเร่งปรับระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เปิดช่องให้เอสเอ็มอีในท้องถิ่น เข้าถึงเม็ดเงินกว่า 4 แสนล้านบาท เผยปี 2563 สสว.ช่วยเอสเอ็มอีไปแล้วกว่า 1.46 แสนราย ตั้งเป้าทั้งปี 2563 ช่วยเหลือเอสเอ็มอี 2.26 แสนราย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เดินทางมาตรวจเยี่ยมและประชุมมอบนโยบายการช่วยเหลือ ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแก่ผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมี นายวีระพงศ์ มาลัยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมการประชุม




นายสมคิด เปิดเผยว่าแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและไมโครเอสเอ็มอีทีได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19ได้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการช่วยเหลือผู้ประกอบการชายขอบที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้โดยได้จัดทำโครงการให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่เคยได้รับสินเชื่อกับสถาบันการเงิน และ ไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงินวงเงินงบประมาณ 50,000 ล้านบาท คาดว่าผู้ประกอบการจะได้รับความช่วยเหลือ จำนวน765,000 ราย





ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาที่มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือนิติบุคคลและวิสาหกิจชุมชนที่มีการจดทะเบียน หรือที่ไม่ได้จดทะเบียนแต่จะต้องมีคุณสมบัติหลักๆ 3 ข้อ ได้แก่ 1. เป็นสมาชิก สสว. 2. เป็นผู้ประกอบการ SMEที่ไม่เคยมีสินเชื่อกับสถาบันการเงินและไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบัน 3. ผู้ขอสินเชื่อต้องไม่ผิดนัดชำระหนี้หรือค้างชำระค่างวดตามเงื่อนไขไม่เกิน 4 งวด ในโครงการพลิกฟื้น SMEs และโครงการฟื้นฟูSMEs ของสสว.เป็นการเติมพลังต่อทุนให้กับผู้ประกอบการซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม2563 สำหรับรายละเอียดเงื่อนไขและกติกาต่างๆจะแจ้งให้ทราบภายหลังจากที่ผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว





นอกจากนี้ สสว.จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เนื่องจากงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในแต่ละปีมีวงเงินสูงมากโดยในปี 2562 มีมูลค่าตลาดภาครัฐทั้งหมดกว่า 1.3 ล้านล้านบาทหากช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างได้ 30 เปอร์เซ็นต์จะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการกว่า 400,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ามาตการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนกันยายน ตุลาคม 2563 นี้ซึ่งจะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับเอสเอ็มอีอย่างเป็นรูปธรรม

 





สำหรับแนวทางสนับสนุนจะมี 2 แนวทางได้แก่ 1. กำหนดโควตาการจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินจัดซื้อจัดจ้างในหมวดสินค้าและบริการที่กำหนด ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดภาครัฐได้รวมทั้งหน่วยงานรัฐจะต้องคัดเลือกจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการในจังหวัดก่อนแต่หากไม่มีสินค้าหรือบริการในจังหวัดจึงจะคัดเลือกจากผู้ประกอบการนอกจังหวัดได้เพื่อให้เกิดการกระจายโอกาสให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่น

 





2. กำหนดแต้มต่อด้านราคาโดยหน่วยงานรัฐจะต้องให้แต้มต่อกับผู้ประกอบการที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดได้ 10เปอร์เซ็นต์ในกรณีที่ใช้การประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) ที่ใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุดเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้

 





อย่างไรก็ตาม แนวทางการดำเนินงานจะกำหนดหมวดสินค้าและบริการที่ให้การส่งเสริมจากนั้นจะเข้าไปสร้างการรับรู้ให้กับผู้ประกอบการโดยการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศได้รับรู้สิทธิประโยชน์และเข้ามาขึ้นทะเบียนกับ สสว. จัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการและสินค้า จัดทำระบบสืบค้นข้อมูลผู้ประกอบการตามจังหวัดและสินค้าเพื่อให้หน่วยงานรัฐเข้ามาค้นหาได้สะดวก

 





นอกจากนี้จะจัดอบรมหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั่วประเทศ ซึ่งประกอบด้วยส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยและกองทุนฯ เพื่อให้มีความพร้อมซึ่งจะเริ่มใช้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างแบบใหม่ภายในปีงบประมาณ 2564และจะมีการติดตามผลทุกปี เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆโดยให้หน่วยราชการรายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างจากเอสเอ็มอีประจำปี

ข่าวล่าสุด