ทั้งนี้ผู้ที่ทราบข่าวต่างไม่คาดฝัน ทั้ง ๆ ที่เหลือเวลาทำงาน 3 เดือนก่อนเกษียณอายุราชการในปีนี้ และผู้ที่รู้หลายคนก็บอกว่าการลาบวชขณะรับราชการสามารถขอลาได้ตามสิทธิ
โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี บอกว่าเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ขึ้นมาทำหน้าที่แทนตนที่รับราชการมารวม 36 ปี ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี 4 ปี 3 เดือนเป็นลำดับที่ 42 ของทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีและไม่อยากพะว้าพะวงกับเรื่องของงานที่ตั้งใจไว้ว่าจะปล่อยวาง และชีวิตก็ราบรื่นมีความสุขเสมอมา ไม่อยากมีงานที่ติดค้าง จึงขอลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุราชการด้วยความสบายใจและไม่มีอะไรกดดัน และตั้งใจเข้าศึกษาพระธรรมวินัยด้วยการอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา
เบื้องต้นกำหนดบวชอย่างเรียบง่ายที่วัดบวรนิเวศวิหาร( พระอารามหลวง ) กรุงเทพมหานครโดยได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากนั้นจะเดินทางมาจำพรรษาที่วัดเขาสอยดาวเหนือ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยตามที่ได้มุ่งมั่นปรารถนา และเป็นวัดฝ่ายธรรมยุติ
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เคยมีข่าวดังเมื่อครั้งเจ้าหน้าที่เคยทำหนังสือผิดพลาดในเรื่องคำสั่งการเตรียมพร้อมต้อนรับนายกรัฐมนตรี ประชุม ครม.สัญจร ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการยื่นหนังสือลาออกเมื่อช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2561 ไปแล้ว ครั้งหนึ่ง
แต่ทางกระทรวงมหาดไทยเห็นว่าเป็นความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจ จึงขอให้รับราชการต่อจึงไม่ได้ลาออก แต่ครั้งนี้เป็นความตั้งใจที่จะได้บวชทดแทนบุญคุณบุพการี บิดา มารดา และบรรพบุรุษตามประเพณีไทย และหากรอเกษียณอายุราชการจะไม่ทันเข้าพรรษาในปีนี้ เบื้องต้นได้เตรียมลาออกจากราชการตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาแต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จำเป็นต้องอยู่บัญชาการสถานการณ์และเกรงจะเป็นภาระของคนอื่น