เนชั่นทีวี

ข่าว

จ่อมอบตัวช่างซ่อมรถตีนผีซิ่งเก๋งชนสาวท้องดับ

24 มิ.ย. 2563 | Sarut

จ่อมอบตัวช่างซ่อมรถตีนผีซิ่งเก๋งชนสาวท้องดับ

ผู้กำกับการตำรวจนครบาลมีนบุรี สั่งให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามจับตัวผู้ต้องหาที่เป็นช่างอู่ซ่อมรถ ขัยรถยนต์วอลโว่ชนจักรยานยนต์ทำให้สาววัย 21 ปี ที่กำลังตั้งท้องเสียชีวิต หลังเจ้าตัวหลบหนีไปหลังเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับ ด้านญาติผู้ต้องหาเผยเตรียมมอบตัว

กรณีตำรวจนครบาลมีนบุรีออกหมายจับ นายกาวิน สาธร อายุ 48 ปี ช่างอู่ซ่อมรถ หลังจากได้ขับรถเก๋งวอลโว่พุ่งชนจักรยานยนต์ ก่อนถึงปากซอยสุวินทวงศ์ 28 เป็นเหตุให้ น.ส.นาดียะห์ เดชะคำภู หรือ ป่าน อายุ 21 ปี ที่กำลังตั้งครรภ์ 5 เดือน เสียชีวิตพร้อมลูกในครรภ์ ขณะที่ นายธนายุทธ พุฒิเพ็ง อายุ 19 ปี สามีของน.ส.นาดียะห์ บาดเจ็บเล็กน้อย โดยฝ่ายรถเก๋งวอลโว่ไม่ยอมลงมาให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด ขับหลบหนีไปในทันที เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น

จ่อมอบตัวช่างซ่อมรถตีนผีซิ่งเก๋งชนสาวท้องดับ


ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ พันตำรวจเอก คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผู้กำกับการตำรวจนครบาลมีนบุรี ได้เรียกชุดสืบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าว ประชุมหารือเพื่อแนวทางการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ หลังศาลอาญามีนบุรี อนุมัติออกหมายจับ นายกาวินในฐานความผิด

จ่อมอบตัวช่างซ่อมรถตีนผีซิ่งเก๋งชนสาวท้องดับ


"ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตายและทรัพย์สินเสียหายและหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและไม่แสดงตัวแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที ตามมาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท , ชนแล้วหนีทำให้ผู้ถูกชนเสียชีวิตมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท"

โดย พันตำรวจเอก คมกฤษณ์ เปิดเผยว่า หลังรับเรื่องร้องทุกข์ ทางตำรวจฝ่ายสืบสวนนครบาลมีนบุรี ก็ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบว่าผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่ย่านสวนสยาม จึงนำกำลังไปที่บ้านพักพบเพียงภรรยาและลูก จึงเชิญตัวภรรยามาสอบถาม จนทราบว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปแล้ว กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าตัวได้ติดต่อกับทางภรรยาเพื่อขอมอบตัวกับตำรวจ แต่อย่างไรก็ตามทางตำรวจก็ต้องเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งเชื่อว่ายังอยู่ในกรุงเทพ แต่น่าจะมีคนช่วยเหลือ

ทั้งนี้จึงอยากจะฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้ที่ให้การช่วยเหลือ หรือที่พักพิงเพื่อใช้ในการหลบหนีซ่อนตัว ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายมาตรา 189 ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตามทางตำรวจอยู่ระหว่างรอผลจากทางกองพิสูจน์หลักฐานที่ทำการตรวจรถคันเกิดเหตุ เพื่อนำมาประกอบสำนวนอีกครั้งด้วย

ทั้งนี้มีมีภาพวงจรปิดจับภาพขณะที่ผู้ก่อเหตุหลังขับชนรถจักรยานยนต์ของสามี-ภรรยา จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแล้ว ก็ขับรถหนีไปจอดข้างทางแล้วลงจากรถมีสภาพลักษณะมึนเมาจากนั้นได้เรียกรถแท็กซี่ออกไป

ข่าวล่าสุด