ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยนิโคเซียในไซปรัส ระบุว่า พบว่า ฝอยละอองสามารถเดินทางในอากาศได้เป็นไกลถึงสองเท่า กรณีที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย แต่ถึงสวมหน้ากากอนามัย ฝอยละอองก็ยังฟุ้งกระจายได้ไกลกว่า 1.2 เมตร นอกจากนี้ ยังพบว่า การไอซ้ำๆ ซึ่งเป็นอาการที่พบทั่วไปของผู้ป่วยโคโรนาไวรัส โควิด-19 ได้ลดประสิทธิภาพของหน้ากากอนามัยอย่างมีนัยสำคัญ แต่ขึ้นอยู่กับชนิดของหน้ากากอนามัยด้วย
ศาสตราจารย์ดิมิทริส ดริคาคิส และดร.ทาลิบ ดีบุ๊ค ผู้เขียนรายงานผลการศึกษาชิ้นนี้ที่เผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ "ฟิสิคส์ ออฟ ฟลูอิดส์" ต่างระบุว่า การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือน ส่วนการศึกษาใช้ใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ กับใช้ข้อมูลตัวเลขแสดงสภาพอากาศ, ความแปรปรวนของอากาศ และอุณหภูมิที่ผิวหนังและปากของผู้ป่วยที่กำลังไอ
ผลวิจัยยังเตือนว่า แม้หน้ากากอนามัยจะช่วยลดการกระจายของฝอยละออง แต่ก็ไม่ควรละเลยความเป็นไปได้ที่ฝอยละอองจะเล็ดรอดออกไปจากหน้ากาก เพราะการสวมหน้ากากอนามัยไม่ได้ช่วยป้องกันฝอยละอองในอากาศได้ทั้งหมด การค้นพบนี้ ยังมีขึ้นในขณะที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ กำลังถูกกดันให้ผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ที่กำหนดไว้ 2 เมตร เพื่อให้ภาคธุรกิจกลับมาเปิดได้100% ขณะที่องค์การอนามัยโลกได้เตือนเรื่องการรักษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตรเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัส ทำให้บรรดาองค์กรต่างๆ รวมทั้งกลุ่มสถานบันเทิงที่ระบุว่า ถ้าให้รักษาระยะห่าง 2 เมตร จะมีสถานบันเทิงเพียงแค่ 1 ใน 3 ที่กลับมาเปิดให้บริการได้ในปีนี้