โดยนายประเมศวร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของคดีความขณะนี้ทางวัดจะยังไม่ดำเนินการใดๆ และจะถือครองยึดเหนียวที่ดินพิพาทไว้ก่อนจนกว่าจะมีหมายขับไล่ จึงจะดำเนินการตอบโต้กลับ โดยอาศัยประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 ประกอบกับมาตรา 4 ที่สามารถอาศัยหลักจารีตประเพณีการปกครอง เข้ามาช่วยทางวัดที่ดำเนินการซื้อที่ดินโดยสุจริตซึ่งเชื่อว่า ทางวัดจะได้เงินคืน 10 ล้านบาทร้อยเปอร์เซนต์ เนื่องจาก หากพิจารณาตามกฎหมายจะพบว่า ผู้กระทำผิดคือ นางวันทนา สุขสำเริง ที่มีการขอออกโฉนด และทายาทผู้ครอบครองที่ไม่ได้สนใจที่ดินปล่อยทิ้งร้างนานกว่า 20 ปี โดยตามกฎหมายแพ่งถือว่า เป็นการสละสิทธิ์ในการครอบครองที่ดิน ดังนั้น หากจะนำที่ดินคืนจะต้องจ่ายเงินจำนวน 10 ล้านบาทโดยไม่มีดอกเบี้ยคืนกับวัดเท่านั้น
ด้านพระพยอม กล่าวด้วยสีหน้าผ่อนคลายว่า รู้สึกสบายใจ และยอมรับว่า นายปรเมศวร์ มีความเก่งที่สามารถมีทางออกในคดีนี้ให้กับทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม โดยทางวัดจะดำเนินการตามที่ทีมทนายแนะนำและพร้อมเจรากับทางทายาท หากยอมรับข้อเสนอในการรับเงินจำนวน 3 ล้านบาท แลกกับการคืนที่ดินให้กับทางวัดสวนแก้วด้วย