ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับสารภาพว่า ทั้ง 2 ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ตลอดจนติดยาเสพติด หนำซ้ำนายชัยชาญ หรือรุ่ง มีลูกที่เพิ่งคลอด อายุเพียง 6 เดือน ทำให้มีความต้องการใช้เงิน จึงศึกษาวิชาการโจรกรรม จยย.จากในเว็บไซต์ ยูทูป จึงทำการดัดแปลงอุปกรณ์งัดแงะ และฝึกจนเกิดความเชี่ยวชาญ จากนั้นพากันตระเวนไปตามอพาร์ตเม้นท์ ที่มีลานจอด จยย.หลายๆ คัน และไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย
จากนั้นนายชัยชาญ หรือรุ่ง จะสวมรอยเป็นเจ้าของรถ เข้าไปลงมือก่อเหตุ โดยมีนายชัยวัฒน์ หรือมาร์ค ทำหน้าที่ดูต้นทาง และมักเลือก จยย.ที่เป็นที่นิยมในท้องตลาด อย่าง ยามาฮ่า รุ่นเอ็มที 15 และรุ่นเอ็มสแลช ก่อนจะนำไปขายตกราคาคันละ 30,000 บาทเท่านั้น และนำเงินที่ได้ไปซื้อยามาเสพ
ทั้งนี้ คนร้ายกลุ่มนี้ยังอาศัยช่วงที่ทางรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน ทำให้คนร้ายสามารถเลือกช่วงเวลาลงมือก่อเหตุ เพราะกว่าที่ผู้เสียหายทราบว่าทรัพย์สินได้หายไปแล้ว ก็ต่อเมื่อพ้นช่วงเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้ว