ในช่วงนี้ มี โควิด 19 เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความเครียด ซึ่งเมื่อเครียด ก็ทำให้เกิดความเศร้า ความทุกข์ขึ้น แล้วความเศร้ากับความทุกข์นี่เอง ที่นำไปสู่ความรู้สึกไม่อยากอยู่ โดยเฉพาะในบางรายที่ป่วยเป็นโรคทางจิตเวช อย่าง โรคซึมเศร้า หรือเป็นโรควิตกกังวลอยู่แล้ว ความเครียดแม้เพียงนิดหน่อยที่เข้ามากระทบ ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่มีคุณค่า ไร้ค่า มองหาทางออกไม่เจอ จนอาจมองว่า การฆ่าตัวตาย เป็นเพียงทางออกเดียวที่จะช่วยให้สามารถหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้ไปได้
อาจารย์นายแพทย์ สมบูรณ์ หทัยอยู่สุข ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ถ้าเปรียบเทียบจริงๆ แล้ว โควิด 19 ก็เหมือนกับปัญหาอื่นๆ ที่เข้ามา เพียงแต่ว่าด้วยขนาดของปัญหามันใหญ่และมันกว้าง มันไปในทุกๆ พื้นที่ เลยทำให้รู้สึกว่า เรื่องนี้มันจะทำให้คนฆ่าตัวตายเยอะขึ้นหรือเปล่า แต่จากการศึกษาตัวเลขที่ออกมาบางส่วน พบว่า อัตราการฆ่าตัวตายที่รายงานต่อปี ยังไม่มีตัวเลขที่มากขึ้นชัดเจนมากๆ
โดยทั่วไปการรายงานการฆ่าตัวตายในประเทศไทย จะรายงานเป็นอัตราต่อแสนประชากร สถิติการฆ่าตัวตายทั่วไปจะอยู่ที่ 6 คนต่อหนึ่งแสนคน แต่ถ้ามองทั่วโลกในแต่ละปีจะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 8 แสนคนต่อปี
ช่วงวัยที่คนไทยมีการฆ่าตัวตายสำเร็จมากที่สุดเป็น วัยผู้ใหญ่ อายุประมาณ 30-39 ปี และยังพบผู้ชายฆ่าตัวตายมากกว่าผู้หญิง
นายแพทย์ สมบูรณ์ ระบุว่า โควิด 19 กระตุ้นให้เกิดความเครียดซึ่งอาจจะมากกว่าปกติ ก็ต้องไปดูตัวเลขหลังจบสิ้นวิกฤต ว่าจะมากขึ้นกว่านี้มากน้อยขนาดไหน เวลาศึกษาข้อมูล ก็ต้องตัดปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เช่น ตัดปัจจัยเรื่องโรคประจำตัวของคนๆ นั้น ตัดปัจจัยด้านอายุ ด้านเพศ แล้วเหลือเพียงเรื่องฆ่าตัวตายเพียงตัวแปรเดียว แล้วดูว่า ตกลงแล้วมันทำให้ตัวเลขฆ่าตัวตายในประชากรมากขึ้นจริงๆ หรือเปล่า