ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่สื่อโซเชียลได้ลงว่ามีพนักงานสอบสวน มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาเนื่องจากมีนามสกุลเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ได้กำชับให้พนักงานสอบสวน ให้ตรวจสอบจรรยาบรรณพนักงานสอบสวนด้วย คือ 1.พนักงานสอบสวนต้องไม่ใช่เป็นญาติกับผู้ต้องหา 2. ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับคู่กรณี อาจจะไม่ใช่ญาติ แต่ว่ามีส่วนได้ส่วนเสียก็ไม่ได้ ส่วนพนักงานสอบสวนที่เป็นข่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดี เป็นเพียงเวรผลัดฟ้องฝากขัง ซึ่งมีหน้าที่ในการนำใบผลัดฟ้อง ฝากขัง หลายๆ สำนวน ไปขออำนาจศาลผลัดฟ้อง ฝากขังเท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวน หรือผู้รับผิดชอบในคดี ในขณะเดียงกัน ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งให้
พล.ต.ต.ภานุ บุรณศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ให้ลงไปตรวจสอบในทางลับของพนักงานสอบสวนของผู้นั้นว่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งตรวจสอบแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคู่กรณีไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย 3. ไม่ได้เป็นผู้สืบสันดานหรือเป็นญาติกับผู้ต้องหาแต่อย่างใด เพียงแต่มีนามสกุลเหมือนกันเท่านั้น ส่วนในรายละเอียดของคดีเป็นการรุมโทรมหรือไม่ ไม่สามารถพูดได้
อย่างไรก็ตามทุกสิ่ง ทุกอย่าง มั่นใจในประสิทธิภาพของพนักงานสอบสวนไม่ว่าจะเป็น ประจักษ์พยาน บุคคล พยานเอกสารครบ ซึ่งคดีนี้ได้ขอให้พนักงานอัยการมาเป็นที่ปรึกษาพนักงานสอบสวน ซึ่งขณะนี้ได้มีการสืบพยานล่วงหน้าไปแล้วหลายปาก รอเพียงหลักฐานทางนิติวิทยา ซึ่งถ้าได้มาก็จะทำให้พนักงานสอบสวนมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงมั่นใจว่าสามารถฟ้องผู้ต้องหาได้
ส่วนคดีน้องชมพู่ ไม่ขอพูดถึง ขอให้เป็นเรื่อง ๆ ไปถ้าไห้รายละเอียดในช่วงนี้ จะเป็นข้อมูลให้กับฝ่ายตรงข้ามซึ่งจะทำให้มีการค้นหาพยาน หลักฐานยากยิ่งขึ้น