เนชั่นทีวี

ข่าว

อยู่ได้ 3 เดือน ! "บินไทย" ยื่นศาล 9 ประเทศระงับยึดเครื่องบิน

08 มิ.ย. 2563 | thanita_boo

อยู่ได้ 3 เดือน ! "บินไทย" ยื่นศาล 9 ประเทศระงับยึดเครื่องบิน

การบินไทย ยื่นศาล 9 ประเทศ เร่งเจรจาเจ้าหนี้รายใหญ่เช่าเครื่องบิน ล่าสุดเจรจาสำเร็จแล้ว 6 ลำ ยืนยันมีสภาพคล่องกว่า 9 พันล้านบาท ดำเนินกิจการได้อีก 3 เดือน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากที่ศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการการบินไทยเมื่อ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา และศาลนัดไต่สวนวันที่ 17 ส.ค. 2563 ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเจรจากับเจ้าหนี้ทั้งหลาย ซึ่งข้อมูลล่าสุดอยู่ประมาณ 3-4 ล้านราย ประเด็นสำคัญคือจะต้องให้เจ้าหนี้เห็นชอบกับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย มากกว่า 50% ของมูลหนี้ราว 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งเจ้าหนี้รายใหญ่ก็คือกลุ่มให้เช่าเครื่องบินกว่า 70 ลำ ทั้งประเภทสัญญาเช่าทางการเงิน และสัญญาเช่าดำเนินงาน ซึ่งในกลุ่มนี้คิดเป็นมูลหนี้ราว 50% แต่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่เพียง 6-7 รายเท่านั้น ซึ่งในส่วนนี้ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยกำลังเร่งเจรจา

อยู่ได้ 3 เดือน ! "บินไทย" ยื่นศาล 9 ประเทศระงับยึดเครื่องบิน

พร้อมกันนี้ ทีมกฎหมายจะดำเนินการยื่นเรื่องขอคุ้มครองจากศาลใน 9 ประเทศ อาทิ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ สิงคโปร์ รวมถึงเส้นทางในภูมิภาค เนื่องจากเป็นจุดหมายปลายทางที่การบินไทยมีการเปิดบินทั้งขนส่งสินค้า (คาร์โก้) และขนส่งผู้โดยสาร ตามที่รัฐบาลได้มีการร้องขอให้ดำเนินการเพื่อขนคนไทยกลับประเทศ รวมถึงเตรียมแผนการเปิดบินภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ
"ต้องทำควบคู่ไปทั้งในการเจรจาเจ้าหนี้ให้เช่าเครื่องบิน กับยื่นขอคุ้มครองศาลแต่ละประเทศ เพราะขึ้นอยู่กับว่าเครื่องบินที่นำมาให้บริการนั้น เจ้าหนี้เห็นชอบหรือไม่ ถ้าเห็นชอบก็ไม่มีปัญหา โดยขณะนี้ยังไม่ยื่นขอฟื้นฟูกับศาลสหรัฐ เพราะพิจารณาว่าวิธีการนี้จะคล่องตัวและค่าใช้จ่ายน้อยกว่า"

อยู่ได้ 3 เดือน ! "บินไทย" ยื่นศาล 9 ประเทศระงับยึดเครื่องบิน

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวจากบมจ.การบินไทย ได้เปิดเผยว่า ล่าสุดทีมที่ปรึกษากฎหมายของการบินไทยสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ให้เห็นชอบกับการฟื้นฟูกิจการ และได้ทำข้อตกลงไม่ยึดเครื่องบิน (stand still) สำเร็จแล้ว 2 ลำ และเห็นชอบในหลักการแล้วอีก 4 ลำ จากทั้งหมดที่เช่าอยู่ 74 ลำ

สำหรับกระแสเงินสดของการบินไทยขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 9 พันล้านบาท ซึ่งจากที่ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูต่อศาลล้มละลาย จึงได้รับการคุ้มครองในการพักชำระหนี้ ทำให้ภาระรายจ่ายของบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการของบริษัท ซึ่งแต่ละเดือนจะใช้ กระแสเงินสดประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท ทำให้สภาพคล่องที่มีอยู่เพียงพอสำหรับดำเนินการต่อได้อีก 3 เดือน จนถึงวันที่ศาลนัดไต่สวนการเข้าฟื้นฟูต่อไป

ข่าวล่าสุด