เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กทธ.ดีอีเอส) กล่าวว่า ระบบ ไอทีในรัฐสภาในความเป็นจริงควรมองระบบรักษาความปลอดภัยของสภาในภาพรวมคือทั้งที่เป็น Physical และ Information โดยสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในเรื่องของความปลอดภัยซึ่งในส่วนของ information คือ 1. ความลับ (Confidentiality) 2.ความสมบูรณ์(Integrity) 3.ความพร้อมในการใช้งาน(Availability) และ 4.ความเป็นเอกภาพ(Unity) รวมถึงความสำคัญและความท้าทายที่การทำงานของระบบความปลอดภัยของข้อมูลในรัฐสภาที่กำลังดำเนินการอยู่คือ BCP (Business Continuity Plan) หรือ DRP (Disaster Recovery Plan) และระบบข้อมูลของรัฐสภามีความสำคัญระดับประเทศจึงจำเป็นต้องมีแผนจัดเก็บข้อมูลสำรองในมาตรฐานที่ดีและปลอดภัยพร้อมดำเนินการได้ทันทีที่ระบบหลักล่มหรือเกิดปัญหา
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวอีกว่า อีกประเด็นที่ควรต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ ความต่อเนื่องในการดำเนินโครงการติดตั้งระบบไอทีของรัฐสภา การบูรณาการของระบบในภาพรวมทั้ง Physical และ Information ถ้าไม่ได้มีการบูรณาการไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบระบบ ควรต้องจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาระบบทั้งสองเข้าด้วยกัน ส่วนระบบฐานข้อมูลของรัฐสภา ควรออกแบบให้มีการสอบทานและสามารถจัดการข้อมูลที่ไม่เหมาะสมได้ ซึ่งข้อมูลของรัฐสภาเป็นข้อมูลสำคัญและมีผลต่อระบบการบริหารประเทศ ด้านระบบอำนวยความสะดวก เป็นอีกระบบที่ต้องผูกเข้ากับระบบไอทีในภาพรวม และถ้าจะให้ดีควรประยุกต์ใช้ระบบตรวจจับ ที่สามารถส่งข้อมูลต่าง ๆ เข้าระบบเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ได้ทันท่วงที และควรมีระบบความปลอดภัยที่สามารถตรวจติดตามบุคคลได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ควรใช้ Cloud Based System เพื่อประหยัดและมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ