เนชั่นทีวี

ข่าว

"โพสต์-แชร์" ระวังข่าวปลอม ตร.เฟคนิวส์ จับ 9 รายรวด

05 มิ.ย. 2563 | sitthichai_nak

"โพสต์-แชร์" ระวังข่าวปลอม ตร.เฟคนิวส์ จับ 9 รายรวด

ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม จับผู้ที่โฟสต์ข้อความที่บิดเบื่อน หรือ เฟคนิวส์ ทั้งหมด 9 ราย โดยผู้โฟสต์สารภาพไม่รู้เป็นข่าวปลอม ด้านตำรวจเตือนระวังในการโฟสต์ข้อความ โทษหนัก ติดคุก 5 ปี ปรับ 1 แสน

วันนี้ เวลา 13.30 น. ที่ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผู้บังคับการข่าวกรองยาเสพติด กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ในฐานะหัวหน้าชุด ร่วมกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงผลการปราบปรามผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ การดำเนินการโดยการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 25 พ.ค.2563 ถึง 5 มิ.ย.2563 โดยมีการจับกุมผู้กระทำผิดได้ 9 ราย ด้วยกัน ประกอบด้วย

"โพสต์-แชร์" ระวังข่าวปลอม ตร.เฟคนิวส์ จับ 9 รายรวด

รายที่ 1 จับกุม นางฉวีวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) ที่ได้โพสต์เฟสบุ๊คว่ามีหญิงป่วยหนักโควิด-19 ล้มกลางห้างดังเมืองระยอง ได้ที่จ.ระยองรายที่ 2 จับกุม นายศรไกร (ขอสงวนนามสกุล) ที่โพสต์เฟสบุ๊คว่า กระเทียมไทยช่วยต้านโควิด-19 ได้ที่จ.สุพรรณบุรีรายที่ 3 จับกุม น.ส.อฤทธิสา (ขอสงวนนามสกุล) ที่โพสต์เฟสบุ๊คว่า ขิง น้ำกระชาย ผสมน้ำผึ้งมะนาว ช่วยต้านโควิด-19 ได้ที่จ.ชลบุรีและอีก 6 ราย ได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊คซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะเดียวกัน คือ รัฐหลอกให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเพื่อจะเรียกเก็บภาษี ได้ที่จ.อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด , นครราชสีมา, สมุทรปราการ, ลำปาง และ นครศรีธรรมราช  

"โพสต์-แชร์" ระวังข่าวปลอม ตร.เฟคนิวส์ จับ 9 รายรวด

โดยผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า เป็นผู้โพสต์จริง แต่ไม่ทราบว่าข้อมูลที่ได้รับมาเป็นข่าวปลอม ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมกับยืนยันว่าจะตรวจสอบข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดก่อนที่จะโพสต์

พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวอีกว่า ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการโพสต์ข่าวปลอม เพราะจะถูกดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม หลังมีการดำเนินคดีกับผู้สร้างความปลอมตั้งแต่เดือนม.ค. - ปัจจุบัน ทำให้มีผู้กระทำความผิดสร้างข่าวปลอมลดลงอย่างเห็นได้ชัด สำหรับ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-fake news center ร่วมกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อประเทศ

ข่าวล่าสุด