โดยกล่าวหา 3 ป. จะได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาท ว่า นายรังสิมันต์ คงไม่ได้ติดตามการเมืองหรือไม่เคยอ่านประวัติศาสตร์ถึงพูดจากใส่ร้าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทศาสตร์พรรค พปชร. มาโดยตลอด ซึ่งอะไรเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประวิตร นั้น นายรังสิมันต์ ก็จะพยายามหยิบมาเชื่อมโยงเพื่อปลุกกระแสความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นนอกสภาที่ผ่านมาจะเห็นว่า นายรังสิมันต์ โรม กับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล จะทำงานกันเป็นทีม คนนึงพูดร้องเรียนในสภาแต่อีกคนพูดนอกสภา โดยล่าสุดอ้างว่างบ 4 แสนล้านบาทนั้น นักการเมืองจะได้ประโยชน์ไม่ใช่เรื่องจริงแต่ความจริงรัฐบาลภายใต้การคุมของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้นทำเพื่อประชาชนที่เดือดร้อนจากวิกฤตโควิด-19
นายสามารถ เผยอีกว่า ขอให้นายรังสิมันต์ เปิดหูเปิดตาและฟังให้ดี ตนจะยกประวัติศาสตร์ในอดีตประเทศไทยมีการกู้เงิน ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 20 ฉบับ โดยเริ่มต้นครั้งแรกสมัยยุคคณะราษฎร ช่วงปี พ.ศ.2481-2487 มีการออกกฎหมายกู้เงินจำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 พ.ร.บ.จัดการกู้เงินในประเทศเพื่อเกษตรกร พ.ศ.2481 จำนวน 25 ล้านบาท , ฉบับที่ 2 พ.ร.บ.จัดการกู้เงินในประเทศเพื่ออุตสาหกรรม พ.ศ.2481 วงเงิน 20 ล้านบาท , ฉบับที่ 3 พ.ร.บ.จัดการกู้เงินในประเทศเพื่อเทศบาลการบำรุงท้องที่ พ.ศ.2481 วงเงิน 20 ล้านบาท , ฉบับที่ 4 พ.ร.บ.กู้เงินในประเทศ พ.ศ.2485 ไม่เกิน 60 ล้านบาท โดยให้เรียกว่าเงินกู้เพื่อชาติ พ.ศ.2485 , ฉบับที่ 5 คือ พ.ร.บ.กู้เงินในประเทศ พ.ศ.2487 โดยให้เหตุผลเรื่องการกู้เงินเพื่อประโยชน์แก่ชาติ ให้รัฐบาลมีอำนาจกู้เงิน โดยการออกตั๋วเงินคลังเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายตามงบประมาณ โดยอาศัย พ.ร.บ.ตั๋วเงินคลัง พ.ศ.2487 ที่ออกเป็นฉบับที่ 6 ในเวลาต่อมา