นายสามารถ กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะทำงานศูนย์ร้องทุกข์ พปชร. อาทิ นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา เขต 2 เคยติดตามกฏหมายแชร์ลูกโซ่ ต่อแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฏหมายว่าทำไมถึงไม่มีกฏหมายปราบปรามแชร์ลูกโซ่, นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา เขต 3 เคยหารือปัญหานี้ในสภาแล้วไม่ต่ำกว่า2ครั้ง นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม.เขต 30 จะนำปัญหาที่ล่าสุดได้รับเรื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ถูกหลอกลวงให้ลงทุนในการเปิดบริษัทแล้วแอบอ้างชักชวนลงทุน และ นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร เขต 2 เคยยื่นญัตติให้มีการตั้งกรรมาธิการศึกษาปัญหาแชร์ลูกโซ่ และ เคยพาชาวบ้านไปร้องทุกข์ต่อ ผบ.ตร. ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทุกคนต่างมีความตั้งใจผลักดันกฎหมายปราบปรามแชร์ลูกโซ่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคิดว่าในวาระการประชุมสภาครั้งหน้าเรื่องปัญหาแชร์ลูกโซ่ต้องนำมาร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ปัญหาการฉ้อโกงประชาชนนับเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่พวกตนยังเป็นห่วงเรื่องงบประมาณ เช่น พ.ร.บ.โอนงบฯ พ.ร.ก.กู้เงิน ที่จะนำมาเยียวยาให้กับประชาชน เกรงว่าชาวบ้านจะถูกหลอกให้ลงทุนแชร์ลูกโซ่อีก ส่งผลให้เม็ดเงินที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นไม่สามารถเข้าอยู่ในระบบเศรษฐกิจได้แต่กลับถูกมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงนำเงินออกนอกระบบไป เพราะส่วนใหญ่แชร์ลูกโซ่จะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ
"ปัญหาแชร์ลูกโซ่มีทั่วโลก แต่ละประเทศมีมาตรการป้องกันแตกต่างกัน เช่น ประเทศจีนมีหน่วยงานเฉพาะปราบปรามเรื่องนี้โดยตรง มีมาตรการคืนเงินชัดเจน มีมาตรการยึดทรัพย์คนร้ายชัดเจนและเร่งเฉลี่ยคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม ผมขอยืนยันว่าจะเคียงข้างผู้เสียหายทุกคนและพร้อมแก้ปัญหา ซึ่งคนไทยจะต้องไม่ถูกโกงและคนถูกโกงต้องได้เงินคืน รวมถึงประชาชนที่เคยร่วมเสนอกฎหมายจำนวน 500,000 รายชื่อนั้น ผมยังจดจำได้เสมอ "แต่ในอดีตคดีแชร์บลิชเชอร์ใช้เวลาถึง 34 ปี" ส.ส. ศาสตราก็เคยพูดในสภาในช่วงอภิปรายกฏหมายปฏิรูป ดังนั้นผมเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีกำลังใจกำลังกายที่เข้มแข็งแล้วผ่านไปด้วยกัน นายสามารถ กล่าวทิ้งท้าย
.
.