ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จัดประชุมทางไกลกับบรรดาผู้ว่าการรัฐต่างๆ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงภายในห้องสถานการณ์ของ ทำเนียบขาว และแม้เป็นการหารือถึงแนวทางที่จะทำให้คนอเมริกันปลอดภัยจากความรุนแรงจากการจลาจล แต่ในการประชุมเกือบหนึ่งชั่วโมง ทรัมป์กำชับพวกผู้ว่าการรัฐให้ควบคุมเหตุจลาจล จับกุม-คุมขังคนที่ยุยงให้เกิดความรุนแรงและทำลายทรัพย์สิน โดยใช้คำแรงว่า "ถ้าคุมไม่ได้ก็จะกลายเป็นไอ้งั่ง"
เขายังต้องการให้ผู้กระทำผิดฐานก่อจลาจล ปล้นสะดมภ์ ทุบกระจกและจุดไฟเผาทำลายทรัพย์สิน รับโทษจำคุก 10 ปี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต และยังขู่จะส่งกำลังทหารจากกองพลส่งกำลังทางอากาศที่ 101 มารับมือผู้ประท้วงที่ก่อเหตุรุนแรงอีกด้วย
จากนั้นทรัมป์ได้ออกไปที่โรส การ์เด้น ประกาศตัวเป็น "ประธานาธิบดีผู้รักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย" โดยมีเฮลิคอปเตอร์หลายลำบินอารักขาอยู่เหนือศีรษะ เขายังไฟเขียวให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้กระสุนยาง แก๊สน้ำตา และ "เจ้าหน้าที่บนหลังม้า" เข้าสลายผู้ประท้วง ก่อนเดินข้าม "ลาฟาแยตต์ พาร์ค" ไปที่โบสถ์เซ็นต์ จอห์น ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับทำเนียบขาวเพื่อถ่ายรูปอย่างเป็นทางการ (photo-op) โดยมีตำรวจลับกับสมาชิกในฝ่ายบริหารติดตามไปด้วย รวมทั้งบุตรสาวกับบุตรเขยคือ อิวานกา กับจาเรด คุชเนอร์ และพลเอกมาร์ค มิลลีย์ ประธานเสนาธิการทหารร่วม ที่มาในเครื่องแบบภาคสนาม