"ทส.ได้สรุปบทเรียนถึงสาเหตุ ปัญหาอุปสรรคของไฟป่าที่เกิดขึ้นพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่ เกิดจากการเผาเพื่อล่าสัตว์และเผาไร่ในป่าในพื้นที่ตัวเอง แต่ไม่สามารถควบคุมได้ จนลามเข้าสู่ป่าสงวนฯและป่าอนุรักษ์ ซึ่งปีนี้ ดอยสุเทพเสียหายที่สุดเป็นประวัติการณ์นอกจากนี้ ยังมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่กับประชาชน และประชาชนกับประชาชน จนเกิดการเผา
นอกจากนี้ประชาชนยังรู้สึกไม่มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าขณะที่อุปกรณ์ป้องกันไฟป่าก็ไม่ทันสมัย ทั้งเฮลิคอปเตอร์ โดรน การรายงานจุดความร้อนไม่ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นการจัดการเชื้อเพลิงไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามช่วงเวลาและยังไม่มีประสิทธิภาพดังนั้น จะต้องมีการปรับเปลี่ยนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทส.ที่เกี่ยวข้องใหม่โดยเฉพาะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเผาป่าและบุกรุกทำลายป่ามาให้เป็นเครือข่ายดูแลรักษาป่าให้ได้การฟื้นฟูป่าครั้งนี้จึงมีการดึง 802 หมู่บ้านทั่วประเทศมาเป็นเครือข่ายในการฟื้นฟูป่าด้วย" นายวราวุธกล่าว
ที่สำคัญการฟื้นฟูป่าโครงการ"รวมใจไทยปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล ทส.ได้ให้นโยบายย้ำถึงความจำเป็นต้องร่วมกันเร่งฟื้นฟูคืนธรรมชาติเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมและขอให้ขยายความร่วมมือกันแบ่งมอบพื้นที่เร่งปลูกป่าฟื้นฟูความเสียหายจากการบุกรุกและเผาป่าในทุกพื้นที่จังหวัดเพื่อคืนความสมดุลของธรรมชาติ
นอกจากนี้ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือไฟป่าจะต้องดำเนินการต่อเนื่องเป็นรูปธรรมให้มีการจัดชุดพิทักษ์ป่าประจำหมู่บ้านในหมู่บ้านเสี่ยง ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ จัดหาอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยและเครื่องมือการดับไฟป่าที่เพียงพอที่สำคัญหัวใจการดับไฟป่าและปลูกป่าจะต้องดึงประชาชนมาเป็นแนวร่วม
"ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม"มองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการปลูกป่าอย่างมีแบบแผนมีการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยมาช่วยและรู้ต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงว่าทำไมการเกิดไฟป่าและการปลูกป่าจึงล้มเหลวรวมทั้งเต็มไปด้วยคำครหาว่าปลูกแล้วป่าหายไปไหน
และสำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของประชาชนเปรียบเสมือนหัวใจหลักในการรักษาป่าที่มั่นคงและยั่งยืนมากกว่าการผูกขาดความรักป่าไว้แค่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เท่านั้น.