เนชั่นทีวี

ข่าว

ผับ-บาร์ วิถีใหม่...ทำได้จริงหรือ?

28 พ.ค. 2563 | anuruck_phe

ผับ-บาร์ วิถีใหม่...ทำได้จริงหรือ?

แม้รัฐบาลจะออกมาตรการผ่อนปรนให้กิจการต่างๆ สามารถกลับมาเปิดบริการได้ตามวิถีใหม่ หรือ New Normal หลายกิจการแล้วก็ตาม แต่กลุ่มอาชีพที่เกี่ยวพันกับผู้คนนับล้านอย่าง ผับ บาร์ คาเฟ่ คาราโอเกะ ร้านเหล้า ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่ถูกสั่งปิด กลับยังไม่มีวี่แววได้รับโอกาสกลับมาเปิดอีกครั้ง แถมเงื่อนไขหากจะเปิดก็เป็นโจทย์ยากสุดๆ / คำถามก็คือ วิถีใหม่ของสถานบันเทิงเมืองไทยจะทำได้จริงหรือเปล่า ติดตามจากรายงานพิเศษของ คุณอนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์

กลายเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบสำหรับการแถลงข่าวของโฆษก ศบค. นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธินที่บอกว่า กลุ่มสถานบันเทิง / ผับ / บาร์ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มสีแดง และเป็นกลุ่มอาชีพท้ายๆ ที่จะได้รับการพิจารณาผ่อนปรนให้กลับมาเปิดบริการอีกครั้งที่สำคัญหากจะเปิด จะต้องเป็นไปตามวิถีใหม่ หรือ New Normal ที่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการและมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มคนกลางคืนว่า ถ้าเงื่อนไขมากจนเกินไป จะฝืนธรรมชาติของธุรกิจจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้หรือไม่

นายสาธิตปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไขข้อข้องใจในเบื้องต้นว่า เกณฑ์ในการพิจารณาว่าจะให้เปิดหรือไม่ให้เปิดสถานบริการมีอยู่ 2 อย่าง คือรูปแบบของร้าน และกิจกรรมภายในร้าน โดยจะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อในระยะต่อไปเป็นตัวชี้วัดสุดท้าย

"กลุ่มสถานบันเทิงจัดว่าอยู่ในสถานที่ที่มีคนไปชุมนุมจำนวนมาก / ต้องมีการลงทะเบียนประเภทของร้านให้ชัดเจน เพื่อให้ร้านเข้ามาสู่ระบบคัดกรองและง่ายต่อการตรวจสอบโดยจะมีการพิจารณามี 2 แบบคือ สถานที่และกิจกรรมภายในร้าน ซึ่งจะดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อหากมีตัวเลขสูงก็จะไม่พิจารณาให้เปิด / โดยทุกสถานประกอบการจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันทั้งหน้ากาก / เจล / เครื่องวัดอุณหภูมิ/ การเว้นระยะห่าง และการตรวจสอบผ่านแอพลิเคชั่นไทยชนะ" นายสาธิตกล่าว

กับเสียงวิจารณ์ที่ว่า"หมอไม่ใช่คนขายเหล้า จะเข้าใจได้อย่างไร" นั้น นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า คนที่รับผิดชอบเรื่องสุขภาพก็อยากจะให้ประชาชนสุขภาพดีแต่ในอีกมุมก็เข้าใจผู้ที่ทำธุรกิจแบบนี้ แต่ขอให้อดทนรอสถานการณ์ หากยืดเยื้อก็จะต้องพิจารณาหาอาชีพอื่นให้แต่ทั้งหมดทั้งสิ้น...หากสามารถคิดค้นวัคซีนได้ ก็จะกลับมาเปิดได้ตามเดิม

"นิวนอร์มอลก็คือ การปรับวิถีชีวิต จากเดิมที่นั่งกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ก็มาลดจำนวนลง และมีฉากป้องกันเพื่อรอให้สถานการณ์กลับมาปกติแล้วค่อยกลับสู่วิถีชีวิตเดิม แต่หากเปิดแล้วต้องกลับมาปิดใหม่ก็ไม่ควรซึ่งจะต้องค่อยๆเริ่มผ่อนปรนกันไป เรื่องของโรคระบาดไม่ใช่ความผิดของใคร ซึ่งรัฐบาลเห็นใจกลุ่มผู้ประกอบการทุกรายรัฐจะพยายามช่วยเหลือทั้งเรื่องของการเยียวยา การสร้างมาตรการผ่อนคลายไปตามลำดับ และรัฐจะช่วยทุกวิถีทาง" นายสาธิต กล่าว

แต่มุมมองนี้กลับตรงกันข้ามกับนนายแพทย์ อมร ลีลารัศมี นายกแพทยสมาคม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อโรงพยาบาลศิริราช ที่บอกว่า สถานบันเทิงสามารถเปิดได้ แต่ผู้ประกอบการและลูกค้าจะต้องเคร่งครัดเรื่องของการป้องกันตัวเองเป็นอย่างแรกทั้งการใส่หน้ากากอนามัย / ล้างมือ และการเว้นระยะห่าง โดยเฉพาะกับบุคคลแปลกหน้าที่สำคัญคือ การยืนยันต่อสังคมผ่านแอปพลิเคชั่นว่า ตนเองไม่มีภาวะความเสี่ยง

"การเว้นระยะในสถานบันเทิงอาจจะเป็นในลักษณะที่ว่า คนในครอบครัว หรือคนที่รู้จักสามารถนั่งโต๊ะเดียวกันได้ แต่กับคนที่ไม่รู้จักกันเลยอาจจะนั่งห่างตามระยะที่มีการกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ส่วนการเข้าไปใช้บริการก็ควรจะต้องมีการตรวจวัดคัดกรองและแสดงผลร่างกายผ่านแอปพลิเคชั่นติดตามตัว // ส่วนการติดตั้งเครื่องระบายอากาศหรือจัดอุปกรณ์ป้องกันเองนั้น ไม่มีความจำเป็น เพราะหากเราปฏิบัติตามกฎ ทั้งการใส่หน้ากาก/ การล้างมือ / การเว้นระยะห่าง ก็สามารถช่วยระงับการแพร่เชื้อได้ดีแล้วส่วนการออกแบบร้านให้โล่งและโปร่ง เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรจะให้ทางผู้ประกอบการควรจัดทำหรือมีการเครื่องเป่าลมให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก" นายแพทย์ อมรกล่าว

นายแพทย์อมร แนะนำทิ้งท้ายว่า สถานประกอบการจะต้องวางมาตรการเข้มงวดกับลูกค้าที่เกิดอาการมึนเมาจนขาดสติและไม่ปฏิบัติตัวตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เช่น เชิญออกจากสถานบริการทันที เพราะการเอาชนะโคยวิด-19ไม่ใช่แค่รอให้มีวัคซีนป้องกันโรคเท่านั้น แต่ต้องมี "จิตสำนึกต่อสังคม" ด้วย ซึ่งถือเป็นภูมิคุ้มที่ดีที่สุด

ข่าวล่าสุด