แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (25 29 พ.ค. 63)
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากมาตรการผ่อนคลายการปิดเมืองในหลายประเทศทั่วโลก ประกอบกับตลาดยังได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ปรับลดลงต่อเนื่อง โดยกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรมีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามข้อตกลงร่วมกันที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 63 รวมทั้งกำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ :
1.ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาดำเนินการ หลังมีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองในหลายประเทศทั่วโลก โดยรายงานประจำเดือนของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์การเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันในปี 2563 จะหดตัวที่ 8.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับสูงขึ้นจากคาดการณ์เดิม 690,000 บาร์เรลต่อวัน
2.ปริมาณการใช้น้ำมันดิบของจีนในเดือน เม.ย. 63 ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังความต้องการใช้น้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นจากมาตรการผ่อนคลายการปิดเมือง
3.ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบโลกยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรได้ปรับลดกำลังการผลิตตามข้อตกลงร่วมกันที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 63 รวมถึงการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ที่ได้ปรับตัวลดลงอย่างมากโดยเฉพาะการผลิตในรัฐนอร์ธ ดาโกตาและรัฐเท็กซัส
4.ซาอุดิอาระเบียประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน มิ.ย. 63 นอกเหนือจากที่ได้ปรับลดกำลังการผลิตตามข้อตกลงของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตร ซึ่งคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบียในเดือน มิ.ย. 63 จะอยู่ที่ระดับ 7.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทางด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวตเตรียมที่จะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมอีก 180,000 บาร์เรลต่อวัน