เนชั่นทีวี

ข่าว

ถอดบทเรียนแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ

25 พ.ค. 2563 | pantipa_jit

ถอดบทเรียนแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ

ทส. เปิดเวทีถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ปี 2563 รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกำหนดแนวทางแก้ปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งให้มีการบูรณาการการดำเนินงานให้เชื่อมโยงกันทุกระบบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

นายพุฒิพงศ์ สุรพฤกษ์ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลและถอดบทเรียน (After Action Review : AAR) การป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือปี 2563 ในระหว่างวันที่ 19- 21 พฤษภาคม 2563 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และร่วมถอดบทเรียนผลการดำเนินงานปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไขปัญหาจากภาคเอกชน ประชาชน จิตอาสา NGOs และนักวิชาการ ในทุกด้านทุกมุมมองเพื่อนำมาสรุปและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือที่เหมาะสมและยั่งยืนต่อไป


จากสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) ในภาพรวมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม2562 - 14 พฤษภาคม 2563 (ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIRS ) พบจุดHotspot 216,964 จุด โดยร้อยละ 62% อยู่ในเขตป่าไม้ (132,486จุด) และร้อยละ 38% อยู่นอกเขตป่าไม้ (84,478 จุด) ส่วนสถานการณ์จุดHotspot ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพบจุด Hotspot สะสม จำนวน 35,712 จุด เพิ่มขึ้นจากปี 2562จำนวน 3,702 จุด ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พบจุด Hotspot สะสมจำนวน 46,580 จุด เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 4,035 จุด

ทั้งนี้ในวันนี้เป็นวันแรกของการประชุมเชิงปฏิบัติฯ ถอดบทเรียน AAR โดยประชุมทางไกลผ่านระบบ video conference เพื่อปฏิบัติตามมาตรการในการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019(Covid-19)


โดยมีนายพงศ์บุณย์ ปองทองรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า) และ นายเจริญฤทธิ์สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการฯโดยในช่วงเช้าเป็นการประชุมกลุ่มย่อย ที่ 1ในส่วนของเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการหารือถึงสาเหตุของปัญหา ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะการทำงาน โดยเฉพาะประเด็นหลักดังนี้


1.การถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหารือกับกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกระจายอำนาจเพื่อหาแนวทางให้การถ่ายโอนภารกิจ มีผลบังคับใช้และเกิดผลในทางปฏิบัติ


2. การจัดการเชื้อเพลิงที่ไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามช่วงเวลาและยังไม่มีประสิทธิภาพซึ่งที่ประชุมเห็นควรให้เร่งจัดการเชื้อเพลิงก่อนเข้าช่วงสถานการณ์หมอกควันโดยไม่นำเอาจุดความร้อน (Hotspot) มาเป็นตัวชี้วัดทั้งนี้ เมื่อเข้าช่วงหมอกควัน ให้จัดระเบียบการเผา ดำเนินการเผาแบบควบคุมโดยไม่ให้ฝุ่นละอองสูงจนเกินเกณฑ์มาตรฐานและให้จังหวัดพิจารณาการใช้มาตรการขอความร่วมมือให้ประชาชนจัดการเชื้อเพลิงภายใต้การควบคุมตามที่ภาครัฐกำหนด โดยไม่ต้องกำหนดช่วงห้ามเผา

3. เพื่อความถูกต้องในการวิเคราะห์ข้อมูลให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์ และ กรมป่าไม้จัดส่งขอบเขตพื้นที่เกษตรกรรมในป่า ให้ GISTDA ในการประมวลผลข้อมูลพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนซึ่งจะช่วยให้การกำหนดแผนงานในการบริหารจัดการมีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการประชุมกลุ่มย่อยที่ 2 ในส่วนของภาคประชาชนเห็นพ้องให้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนและดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกับภาครัฐอีกทั้งให้มีการบูรณาการการดำเนินงานให้เชื่อมโยงกันทุกระบบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดจนให้มีการบริหารจัดการเชิงพื้นที่เป็นหลัก

ข่าวล่าสุด