เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุจากกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ชุมชนบ้านสำโรง หมู่ 4 ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ว่ามีผู้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปจับกุมตัว นายอนุชา บินมุซา อายุ 46 ปี ชาวประมงพื้นบ้านพร้อมข่มขู่เรียกเงินเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี แต่ถูกกลุ่มชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงได้รวมตัวกว่า 300 คน ปิดล้อมรถยนต์คันดังกล่าวไว้ จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา
ต่อมา พ.ต.อ.ทักษิณ ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยโทสมชาย เรืองจันทร์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ได้นำกำลังเข้าระงับเหตุ โดยนายอนุชา บินมุซา ได้ให้รายละเอียดว่าเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.มีชาย 3 คน ใช้รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ792 สุราษฎร์ธานี อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้อาวุธปืนบุกเข้าจี้บังคับตน และคนงานอีก 2 คนที่กำลังรับซื้อลูกหอยแครงจากชาวประมงพื้นบ้านที่ลงไปจับลูกหอยแครงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในพื้นที่อนุรักษ์เขตชายฝั่ง1,000เมตร
ที่ทางนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เปิดพื้นที่เขตอนุรักษ์บริเวณตำบลคลองฉนาก-ตำบลบางชนะ อำเภอเมือง ให้กลุ่มชาวประมงเข้าไปจับมาขายเพื่อสร้างรายได้ในสถานการณ์โควิด-19 บริเวณปากแม่น้ำตาปีซึ่งชายทั้ง 3 คนใช้อาวุธปืนจี้บังคับและยึดลูกหอยแครงอายุประมาณ 1 เดือน จำนวน 23 กระสอบ น้ำหนัก 700 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 5 แสนบาท อ้างว่าผิดกฎหมายและบังคับตนให้ขึ้นรถพร้อมขู่บังคับเรียกร้องเงินจำนวน5ล้านบาทเพื่อแลกเปลี่ยนกับการไม่ถูกดำเนินคดี