เนชั่นทีวี

ข่าว

แก๊งสุดแสบ! "ค้าหน้ากากฯ- ฉกข้อมูลเหยื่อ" เสียหายนับ 10 ล้าน

19 พ.ค. 2563 | sitthichai_nak

แก๊งสุดแสบ! "ค้าหน้ากากฯ- ฉกข้อมูลเหยื่อ" เสียหายนับ 10 ล้าน

ตำรวจ รวบยกแก๊ง หลอกขายหน้ากากอนามัย ประวัติ หัวหน้าแก๊ง เคยถูกจับ หนีประกัน พบพฤติการณ์เป็นขบวนการ วางแผน ลวงเหยื่อเปิดบัญชี โอนรับเงินเหยื่อกว่า 20 ราย 15 โรงพัก เสียหายกว่า 10 ล้าน ซ้ำยังฉกข้อมูลเหยื่อ ก่อเหตุซ้ำกับรายถัดไป

วันนี้(19 พ.ค.2563) พลตำรวจตรี พันธนะ นุชนารถ หัวหน้าชุดปฎิบัติการที่ 2  ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงการจับกุม นายพายุทัศ ทองภู่ ผู้ต้องหาหลอกขายหน้ากากอนามัยแต่ไม่ส่งสินค้าให้ลูกค้า พร้อมกับพวกอีก 2 ราย ระกอบด้วย น.ส.นภัสต์ศรณ์ แถลง และน.ส.ชญาดา เมธาโยธินกุล โดยทาง นายพายุทัศ เคยถูกจับกุมไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 และต่อมาได้รับการประกันตัว แต่ได้มาก่อเหตุซ้ำ

สำหรับขบวนการนี้มีพฤติการณ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่รับผิดชอบเปิดปัญชี โดยวิธีการ หลอกเหยื่อว่าปล่อยเงินกู้ แต่ผู้ที่สนใจจะต้องส่งข้อมูลส่วนตัวรวมไปถึงข้อมูลรหัสบัตรเอทีเอ็ม ก่อนจะนำไปเปิดบัญชี E-Banking เพื่อใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากการกระทำผิด

อีกส่วน จะเป็นการหลอกขายหน้ากากอนามัย โดยจะเสนอขายราคาที่ถูก กล่องละ 450 บาท ตกเฉลี่ยชิ้นละ 9 บาท ถือว่าถูกกว่าหลายที่ เมื่อมีผู้เสียหายหลงซื้อจะให้โอนเงินเข้าบัญชีที่เปิดรอไว้ ก่อนจะไปกดเงินออกมา

สำหรับขบวนการนี้มีนายพายุทัศ เป็นหัวหน้ากลุ่ม ส่วน น.ส.นภัสต์ศรณ์ เป็นคนนำข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นมาเปิดบัญชีทางเพจเฟสบุ๊ก และ น.ส.ชญาดาทำหน้าที่กราฟฟิก นำภาพต่าง ๆ มาตัดต่อสร้างความน่าเชื่อถือ เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่วันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา

จากการสืบสวนพบว่า มีผู้หลงเชื่ออย่างน้อย 20 คน มูลค่าความเสียหายมากกว่า 10 ล้านบาท โดยผู้เสียหายได้ไปแจ้งความดำเนินคดีไว้กับพนักงานสอบสวน 15 สถานีตำรวจ จากนั้นก็ได้เข้ามาร้องเรียนที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด

แก๊งสุดแสบ! "ค้าหน้ากากฯ- ฉกข้อมูลเหยื่อ" เสียหายนับ 10 ล้าน

แก๊งสุดแสบ! "ค้าหน้ากากฯ- ฉกข้อมูลเหยื่อ" เสียหายนับ 10 ล้าน

ขณะที่ ผู้เสียหายที่ถูกหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวไป เปิดเผยว่า ตอนแรกต้องการกู้เงิน กระทั่งพบว่ามีการปล่อยกู้เงินผ่านทางออนไลน์ จึงเข้าไปพูดคุยรายละเอียด จนมีการตกลงกู้เงินกัน โดยผู้ต้องหาขอข้อมูลส่วนตัว ทั้งสำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัญชีธนาคาร สำเนาบัตรเอทีเอ็มและรหัสบัตร รหัสมือถือ อ้างว่านำมาเป็นหลักฐานการกู้เงิน ซึ่งขณะนั้นหลงเชื่อให้ข้อมูลไป ต่อมามีคนติดต่อมาว่า โอนเงินค่าหน้ากากอนามัยให้ แต่ทำไมถึงไม่ได้รับสินค้า ทำให้รู้ว่าตนเองถูกหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวไปหลอกผู้อื่นอีกทอดหนึ่ง

แก๊งสุดแสบ! "ค้าหน้ากากฯ- ฉกข้อมูลเหยื่อ" เสียหายนับ 10 ล้าน

ข่าวล่าสุด