นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พร้อมปลัดกระทรวงพาณิชย์รักษาการอธิบดีและรองอธิบดีกรมการค้าภายในตรวจเยี่ยมโครงการพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน ที่เดอะมอลล์สาขางามวงศ์วาน เนื่องจากได้รับการประสานงานจากประชาชนเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพดังนั้นต้องการให้มีป้ายลดราคาติดประกาศชี้แจงประชาชนให้เห็นชัดเจนในทุกซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้าที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ
หลังการตรวจราคาสินค้าแล้ว นายจุรินทร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ห้างเดอะมอลล์สาขางามวงศ์วาน เพื่อมาตรวจติดตามโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว2 ล็อต ครั้งนี้เป็นล็อตที่ 3 แล้ว โดยมีสินค้าที่เข้าร่วมลดราคาทั้งหมด 3,025 รายการด้วยกันและลดสูงสุดถึงร้อยละ 68 ซึ่งจะลดไปจนถึงกระทั่งอย่างน้อยวันที่ 30 มิถุนายนที่จะถึงนี้อย่างไรก็ตามจากการติดตามประเมินผลโครงการพาณิชย์ลดราคา เพื่อประชาชน 2 ล็อตที่ผ่านมา รวมทั้งลดราคาข้าวถุงด้วยซึ่งมีข้าวถุงร่วมรายการทั้งหมด104 รายการ พบว่าพี่น้องประชาชนให้ความสนใจและมีความพึงพอใจมากจึงเป็นที่มาที่กระทรวงพาณิชย์ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง
ส่วนโครงการพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชนล็อตที่ 3 ซึ่งล็อตที่ 3นี้จะเป็นการรวบรวมห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นทั้งหมดทั่วทั้งประเทศไทยมาร่วมการลดราคาสินค้าช่วยประชาชนในช่วงโควิดคาดว่าจะมีห้างสรรพสินค้าจากทั่วประเทศที่เป็นห้างท้องถิ่นมาร่วมลดราคาไม่ต่ำกว่า 100 ห้างจะมีสินค้าร่วมรายการนับ 1,000 รายการด้วยกันซึ่งจะเริ่มเปิดโครงการนี้
"ในวันพรุ่งนี้คือวันที่ 15 พฤษภาคมที่จังหวัดขอนแก่นโดยผมจะเดินทางไปเปิดด้วยตนเองแต่ไม่ได้ลดเฉพาะที่ขอนแก่น แต่จะลดทั่วทั้งประเทศไทย โดยพรุ่งนี้ตอนบ่าย 2โมงจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบว่ามีสินค้าที่ชัดเจนแล้วจำนวนกี่รายการแต่นับ 1000 รายการและประกอบด้วยห้างอะไรบ้างคาดว่าจะลดไม่ต่ำกว่า 68% เช่นเดียวกับล็อตที่ 2 " นายจุรินทร์กล่าว
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเพราะนอกจากจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนแล้วเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าของเงินเยียวยาที่รัฐบาลจัดให้กับผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเดือนละ5,000 บาท รวม 3 เดือนเป็นเงิน 15,000 บาทด้วยสมมุติว่าเราไปซื้อสินค้าที่ลดราคาเฉลี่ยที่ 60% ถ้าเราใช้เงิน 5,000 บาทที่ได้มาไปซื้อสินค้าจะซื้อสินค้าได้มากขึ้นอีก 3,000 บาท เงิน 5,000 ก็จะงอกเป็น 8,000 บาท 3 บาท เดือนก็จะเป็น 24,000 บาท นี่คือผลประโยชน์ที่จะเห็นชัดเจนอย่างน้อยที่สุดนอกจากช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนแล้วก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าของเงินเยียวยาของรัฐบาลไปในตัวด้วยและในภาพรวมผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดจะช่วยลดภาระค่าของชีพให้กับประชาชนฟังโครงการไม่ต่ำกว่า1,000ล้านบาทในภาพรวม
"เรื่องของการเปิดห้างสรรพสินค้าจะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลและขึ้นอยู่กับนโยบายของศบค.ที่จะเป็นผู้พิจารณาโดยหลักคิดว่าสุขภาพกับปากท้องจะต้องเดินหน้าควบคู่ไปด้วยกันเพราะขณะที่สุขภาพเป็นเรื่องที่มีความสำคัญแต่ปากท้องของพี่น้องประชาชนก็เป็นเรื่องที่สำคัญควบคู่กันไปเช่นเดียวกันต้องดูว่าความเหมาะสมสมดุลควรจะอยู่ตรงไหนอย่างไรรัฐบาลจะเริ่มเปิดโอกาสให้มีช่องหายใจเพิ่มมากขึ้นสำหรับเรื่องของเศรษฐกิจเมื่อไหร่อย่างไรอย่างให้ประชาชนจำนวนหนึ่งก็อยากเห็นการคลี่คลายของสถานการณ์โควิดแต่ก็มีห้างสรรพสินค้าหลายห้างที่ลดราคาไปล่วงหน้าเช่นที่เดอะมอลล์ก็ให้ความร่วมมือมีสินค้าพิเศษมาร่วมเพิ่มเติมอีก125 รายการและมีการลดราคาในอีกหลายสินค้าเพิ่มเติมเข้ามาเป็นเรื่องของแต่ละห้างที่จะเข้ามาช่วยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์นอกเหนือจากโครงการล็อต1 และล็อต 2ก็จะมีปลีกย่อยที่แต่ละห้างก็มาร่วมลดราคาเพิ่มเติมเช่นเดียวกับหลายห้างขอขอบคุณสำหรับเดอะมอลล์และห้างสรรพสินค้าอื่นๆรวมทั้งผู้ผลิตสินค้า"