เนชั่นทีวี

ข่าว

"ไข้เลือดออก" ภัยเงียบใกล้ตัว ไม่แพ้โควิด..

14 พ.ค. 2563 | nattawut_boon

"ไข้เลือดออก" ภัยเงียบใกล้ตัว ไม่แพ้โควิด..

กรมควบคุมโรค ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า จากการเก็บสถิติในช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีรายงานพบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกกว่า 10,938 ราย และเสียชีวิตไปแล้ว 9 ราย โดยคาดช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดมากสุด เนื่องจากมีฝนตกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลาง

กรมควบคุมโรค ได้ออกประกาศพยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 261 "เตือนประชาชนช่วงนี้มีพายุฤดูร้อน ทำให้ฝนตกหลายพื้นที่ อาจมีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย ขอให้ทุกคนร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ดังกล่าว เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก"

จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค ถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ในปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 5 พฤษภาคม มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 10,938 ราย เสียชีวิต 9 ราย โดยจากข้อมูลการกระจายของผู้ป่วยพบว่า ผู้ป่วยกระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยภูมิภาคที่พบอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคกลาง , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , ภาคใต้ และภาคเหนือ ตามลำดับ

ทั้งนี้คาดว่า ช่วงนี้มีโอกาสที่ยอดผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้น โดยอ้างอิงสถิติข้อมูลในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2562 อีกทั้งในช่วงนี้ (ระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา) เนื่องจากในหลายพื้นที่ของประเทศไทยจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น ทำให้เกิดฝนตก และมีน้ำขังในภาชนะต่างๆ

ดังนั้น กรมควบคุมโรค จึงแนะนำให้มีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณบ้าน และเขตชุมชน ตามมาตรการ "3 เก็บ" คือ
1.เก็บบ้านให้สะอาด เช่นพับเสื้อผ้าใส่ตู้ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดมุมอับทึบ ซึ่งเป็นที่อยู่สำหรับยุง
2.เก็บขยะมูลฝอยที่อยู่รอบบ้าน นำไปทิ่งในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด เพื่อไม่ให้ก่อกำเนิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ต้องปิดฝามิดชิด และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันยุงลายวางไข่

นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัดได้โดยการ นอนในมุ้ง , สวมใส่เสื้อแขนยาว-กางเกงยาว หรือ ใช้สารไล่ยุงชนิดต่าง เช่น DEET ใช้กลิ่นกันยุงเช่น ตะไคร้หอม เป็นต้น ซึ่งหากพบว่ามีอาการไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัวม หน้าแดง มีผื่น มีรอยจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขา เบื่ออาหาร จุกแน่นลิ้นปี่ ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

"ไข้เลือดออก" ภัยเงียบใกล้ตัว ไม่แพ้โควิด..

ลักษณะโรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออกเดงกี เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีที่มียุงลายเป็นแมลงนำโรค โรคนี้ได้กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากโรคได้แพร่กระจายอย่างกว้างขวางและจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมากใน 30 ปีที่ผ่านมา มากกว่า 100 ประเทศที่โรคนี้กลายเป็นโรคประจำถิ่น และโรคนี้ยังคุกคามต่อสุขภาพของประชากรโลกมากกว่าร้อยละ 40 (2,500 ล้านคน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะพบมากในประเทศเขตร้อนและเขตอบอุ่น

สาเหตุ
เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ซึ่งเป็น single - strand RNA จัดอยู่ใน genus Flavivirus และ family Flaviviridae มี 4 serotypes คือ DEN-1, DEN-2, DEN-3 และ DEN-4 ทั้ง 4 serotypes มี antigen ร่วมบางชนิด จึงทำให้มี cross reaction และ cross protection ได้ในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อมีการติดเชื้อไวรัสเดงกีชนิดหนึ่งจะมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีชนิดนั้นตลอดไป (long lasting homotypic immunity) และจะมีภูมิคุ้มกัน cross protection ต่อชนิดอื่น (heterotypic immunity) ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 6-12 เดือน ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีไวรัสเดงกีชุกชุมอาจมีการติดเชื้อ 3 หรือ 4 ครั้งได้วิธีการติดต่อ
โรคไข้เลือดออกเดงกีติดต่อกันได้โดยมียุงลายบ้าน (Aedes aegypti) เป็นแมลงนำโรคที่สำคัญ และในชนบทบางพื้นที่ จะมียุงลายสวน (Aedes albopictus) เป็นแมลงนำโรคร่วมกับยุงลายบ้าน เมื่อยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้ ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุง และเพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลาย พร้อมที่จะเข้าสู่คนที่ถูกกัดต่อไป เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสเดงกีไปกัดคนอื่นก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัด ทำให้คนนั้นป่วยได้

ระยะฟักตัว
ระยะเพิ่มจำนวนของไวรัสเดงกี ในยุง ประมาณ 8-10 วันระยะฟักตัวของเชื้อไวรัสเดงกี ในคน ประมาณ 3-14 วัน โดยทั่วไปประมาณ 5-8 วัน

ระยะติดต่อ
โรคไข้เลือดออกเดงกีไม่ติดต่อจากคนสู่คน ติดต่อกันได้โดยมียุงลายเป็นแมลงนำโรค การติดต่อจึงต้องใช้เวลาในผู้ป่วยและในยุง ระยะที่ผู้ป่วยมีไข้สูงประมาณวันที่ 2-4 จะมีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก ระยะนี้จะเป็นระยะติดต่อจากคนสู่ยุง และระยะเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสในยุงจนมากพออีกประมาณ 8-10 วัน จึงจะเป็นระยะติดต่อจากยุงสู่คน



แหล่งข้อมูล - กรมควบคุมโรค

ข่าวล่าสุด