สถานการณ์ดังกล่าวนั้นทำให้หลายฝ่ายกังวลถึงการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู (Jair Bolsonaro) ยังคงไม่สนใจยกระดับมาตรการความเข้มงวดในการรับมือไวรัส โดยที่ผ่านมารัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละมลรัฐในบราซิลต้องออกมาตรการควบคุมโรคกันเอง ไม่ว่าเป็นการปิดร้านเสริมสวย การสั่งให้ฟิสเนส โรงยิมต่าง ๆ นั้นหยุดให้บริการ
แต่ทางด้าน ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู (Jair Bolsonaro) กลับใช้อำนาจพิเศษในฐานะประธานาธิบดี ออกกฤษฎีกากำหนดให้ร้านเสริมสวย และโรงยิมออกกำลังกาย อยู่ในประเภทธุรกิจจำเป็น (essential services) เพื่อบังคับให้ท้องถิ่นเปิดทำการธุรกิจดังกล่าว
เรื่องดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาผู้ว่าการรัฐในแต่ละพื้นที่แสดงความไม่พอใจอย่างมาก โดยผู้ว่าการรัฐริโอ เดอจาเนโร เขียนข้อความผ่านทางทวิตเตอร์วิจารณ์ผู้นำบราซิล โดยบอกวา่ ฌาอีร์ โบลโซนารู กำลังนำพาคนบราซิลไปยืนอยู่ปากเหว
ด้าน ฌาอีร์ โบลโซนารู ก็ไม่ลดละเช่นกันได้เขียนข้อความตอบโต้ โดยท้าทายว่า หากบรรดาผู้ว่าการรัฐไหนไม่พอใจคำสั่งของเขา ก็ให้ไปฟ้องร้องในศาล
ทว่าล่าสุดนั้นบรรดาผู้ว่าการรัฐในท้องถิ่นอย่างน้อย 10 รัฐ ประกาศจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของทางด้าน ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู
สำหรับผู้นำบราซิล รายนี้ ก่อนหน้านี้ นักข่าวก็ได้ไปถามถึงยอดผู้เสียชีวิตในประเทศที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็ถามกลับมายังนักข่าวว่า "จะให้ผมทำอย่างไร"แต่ทว่าไม่นานหลังจากเขาตั้งสติได้ ก็ได้พยายามอธิบายกับเรื่องดังกล่าวว่า "เสียใจต่อสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งหลายคนเป็นคนชรา แต่นั่นแหละชีวิต พรุ่งนี้มันอาจเป็นตัวเขาเองก็ได้"
นอกจากนั้นแล้วก่อนหน้าเขาก็ได้ร่วมการชุมนุมต่อต้านมาตรการปิดประเทศ หรือล็อกดาวน์ เพื่อป้องกันการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยเขาปรากฏตัวต่อสาธารณชนเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงราว 600 ที่รวมกลุ่มหน้ากองบัญชากองทัพในกรุงบราซีเลีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2563 ที่ผ่าน มา และเขา ละเมิดคำแนะนำของรัฐบาลท้องถิ่น ในการคงมาตรการเว้นระยะทางสังคมต่อไป และไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัย และขณะที่ชุมนุมนั้นตัวผู้นำบราซิลเองก็มีอาการไอ อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน