ฐานะที่มีประสบการณ์ด้านการสืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการบินไทยเป็นผู้เสียหาย หรือเป็นผู้ร้องหลายคดีและในหลายช่วงเวลา จะขอร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยใช้ข้อมูลงบการเงินที่การบินไทยส่งตลาดหลักทรัพย์ทุกปี โดยผู้สอบบัญชี ที่เป็นเอกสารเผยแพร่ เป็นข้อมูล เพราะ "งบการเงินเปรียบเสมือนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนถึงฐานะการเงินและผลดำเนินการและเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญของบริษัท" อีกทั้งผู้จัดทำงบการเงินต้องจัดทำให้ตรงตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี มีประเด็นสรุปได้ ดังนี้1. รายงานประจำปีล่าสุดของ ปี 2562 พบว่า การบินไทยประสบผลขาดทุน 12,042 ล้านบาท คือมีรายได้ 189,954 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่าย 199,989 ล้านบาท ที่เป็นค่าใช้จ่ายที่มากที่สุดคือค่าน้ำมันเครื่องบินจำนวน 54,675 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27.3 รองลงมาเป็นค่าใช้จ่ายพนักงานการบินไทย ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายบุคลากร ผลประโยชน์พนักงาน ค่าตอบแทนผู้บริหารและกรรมการ มีจำนวน 34,886 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.4 พนักงานบริษัทการบินไทยรวมทั้งหมด จำนวน 21,367 คน ในจำนวนนี้ แยกเป็นตำแหน่งสำคัญ คือ นักบิน 1,432 คน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 5,749 คน และฝ่ายช่าง 3,461 คน หน่วยงานธุรการ 7,064 คน สายการพาณิชย์ 1,638 คน และอื่นๆ 2,023 คน
หากคิดเฉลี่ยเสมือนกับว่า พนักงานการบินไทยมีเงินรายได้เฉลี่ยคนละ 1.63 ล้านบาทต่อปี หรือ 1.3 แสนบาทต่อเดือน ที่มีรายเงินใกล้เคียงกับเงินเดือนรัฐมนตรี หรือ ส.ส. และ ส.ว. แต่ในความเป็นจริงพบว่าพนักงานการบินไทยในระดับปฏิบัติการมีรายได้น้อย ต้องทำงานหนักมาก คุณภาพชีวิตไม่ต่างกับกรรมกรหรือข้าราชการชั้นผู้น้อย มีปัญหาหนี้สินในระบบและนอกระบบรุมเร้า ยกตัวอย่าง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอายุงาน 14 ปี เงินเดือนไม่ถึง 20,000 บาท รวมเบี้ยเลี้ยงแล้วก็ยังไม่ถึง 60,000 บาท
จากรายงานประจำปีของการบินไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ถึง 2562 ปัจจุบัน นับได้ 5 ปี ได้รายงานเกี่ยวกับค่าตอบแทนพนักงานไว้ว่า "บริษัทฯอยู่ระหว่างการที่จะปรับปรุงโครงสร้างการจ่ายค่าตอบแทนของพนักงานในภาพรวม โดยทำโครงสร้างบัญชีอัตราเงินเดือน ภายใต้เงื่อนไขที่พนักงานรับภาษีเงินได้เอง"
ทำไมใช้เวลานานถึง 5 ปี จึงไม่มีการปรับปรุงค่าตอบแทนพนักงาน?
ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจไทยทุกคนต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ที่การบินไทย บริษัทฯรับภาระภาษีเงินได้ให้แก่พนักงาน โดยเฉพาะที่ทำงานก่อนปี 2548 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มเงินเดือนให้ในกรณีที่ให้พนักงานรับภาระค่าภาษีเอง จึงทำให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากของการบินไทยเรื่อยมา จนหนี้สินการบินไทยกำลังจะเพิ่มมากกว่าทรัพย์สิน2. กรรมการรับค่าตอบแทนหลายทาง มีค่าตอบแทนกรรมการนอกเหนือเงินเดือน คนละ 50,000 บาทต่อเดือน นอกเหนือจากเบี้ยประชุมกรรมการคนละ 30,000 บาทต่อครั้ง และได้รับเงินรางวัลประจำปี โดยคำนวณจากอัตราร้อยละ 0.2 ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ในวงเงินรวมไม่เกิน 30 ล้านบาท
กรรมการชุดย่อย อนุกรรมการ หรือคณะทำงานอื่นที่ได้รับการแต่งตั้งดังกล่าว ได้รับเบี้ยประชุมคนละ 10,000 บาทต่อครั้ง
การบินไทยจ่ายเงินให้คณะกรรมการบริษัทฯ 19 ท่าน เป็นค่าตอบแทน เบี้ยประชุม และเบี้ยประชุมย่อย จำนวน 13.38 ล้านบาท และจ่ายให้เจ้าหน้าที่บริหาร 11 ท่าน (ไม่รวมเงินเดือน) จำนวน 65.54 ล้านบาท เป็นต้น
3. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขายและโฆษณา 10,637 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5.63 ของรายได้ ข้อสังเกตค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขายและโฆษณาก่อนปี 2549 มีประมาณ 3,000 ล้านบาท สร้างรายได้ 160,000 ล้านบาท แต่ในยุค คสช. ปี 2560-2562 ค่าโฆษณาประมาณ 11,000 ล้านบาท แต่รายได้คงที่ประมาณ 180,000 ล้านบาท แปลว่าการโฆษณาไม่ได้ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น และเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ขาดทุน4. ตามรายงานประจำปี 2562 เป็นการเปิดเผยรายการระหว่างกัน แล้วนำไปวิเคราะห์โยงกับรายการหนี้สินในงบการเงินหน้า 132-134 และ 200 จะพบว่า บริษัทฯ มีหนี้สินกับ
- ผู้ถือหุ้นใหญ่ (รัฐ) โดยกระทรวงการคลังกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศให้บริษัทกู้ต่อ จำนวน 11,977.44 ล้านบาท- ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย จำนวน 437.31 ล้านบาท- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำนวน 2,000 ล้านบาท- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 3,500 ล้านบาท
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 การบินไทยมีหนี้สินรวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อย จำนวน 244,899 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นสูงกว่า 20 เท่า แต่ยังได้ความน่าเชื่อถือที่ระดับ "A" เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสะท้อนความคาดหวังที่รัฐจะให้ความช่วยเหลือทางการเงิน การบินไทยมีการกู้เงินทั้งจากธนาคารพาณิชย์ และการออกหุ้นกู้ โดยมียอดหนี้เงินกู้สูงกว่า 1 แสนล้านบาท โดยมีหนี้ที่จะถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีที่เป็นกู้ยืมกับหุ้นกู้ครบกำหนด ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท และมีภาระหนี้สินต้องชำระจากการเช่าเครื่องบินจำนวน 7 พันล้านบาท