นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยยอดจำนวนผู้ติดเชื้อประจำวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 พบผู้ป่วยรายใหม่ยืนยัน คน รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,992 คน หายแล้ว 2,772 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 0 ราย รวม 55 ราย
ศบค.แถลงไทยพบผู้ป่วยโควิดใหม่ 3 ราย (1.ค้นหาเชิงรุก หญิงอายุ 59 ปี จ.ยะลา สัมผัสผู้ป่วยยืนยันจากมาเลเซีย 2.ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากคาซัคสถาน เข้า State Quarantine 2 ราย เป็นเพศชาย อายุ 46 ปี และ 51 ปี)
ที่ประชุมวันนี้ นายกฯ(ผอ.ศบค.) ขอให้ทุกภาคส่วน ดูแลช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่าน และลดผลกระทบด้านต่างๆ ส่วนสถานการณ์ในประเทศ น่าพอใจ แต่ยังต้องดำเนินการเชิงรุก คือ ไม่นำเชื้อเข้าจาก ตปท. และ ต้องเตรียมพร้อมเรื่องสถานที่กักตัว รวมถึงการควบคุมโรคต้องเคร่งครัด ห้ามละเลย ย้ำให้ผู้ประกอบการ ดำเนินการตามข้อแนะนำโดยเคร่งครัด สิ่งที่ นายกฯ สั่งการ คือการ ติดตามผลกระทบหลังมีมาตรการผ่อนคลายระยพแรก การดูแลผลกระทบ ให้ทุกคนเข้าถึงการเยียว รวมถึง จนท. ให้แก้ไขเรื่อง เบี้ยเลี้ยง ที่มีการเรียกร้อง
ภาพรวมของสถานการณ์ ใน ตปท ยังมีการระบาด ส่วนผู้จติดเชื้อในไทย ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ และการเคลื่อนย้ายของประชากร ในพื้นที่ กทม ปริมณฑล และ ภูเก็ต พบ ปัจจัยในประเทศที่สำคัญคือ การมั่วสุมดื่มสุรา จึงให้คงมาตรการในประเทศให้เข้มข้น และตรึงตัวเลขการติดเชื้อจากต่างประเทศ ให้ได้
ความที่เห็นตรงกันจากที่ประชุม ยังคง มุ่งไปที่การเหลื่อมเวลาทำงาน / ลดการแออัดในสถานที่ขนส่งมวลชน // การทำงานที่บ้าน ให้เกิด 50 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อย เพื่อ ลดการเคลื่อนย้ายคน // สถานศึกษา ใช้เทคโนโลยีมาใช้ // ย้ำกิจกรรมในสวนสาธารณะ เปิดเพื่อให้ ปชช มีสุขภาพดี แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดการกระจายโรค
ส่วนการผ่อนคลายในระยะที่ 2 วางไทม์ไลน์ ว่า ตั้งแต่ 8-12 พ.ค. จะมีช่วงรับฟังข้อมูลความคิดเห็น // วันที่ 13 พ.ค. จะซักซ้อม ยกร่างการผ่อนปรนในระยะ 2 //วันที่ 17 พ.ค. จะเริ่มมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ( ในกิจการขนาดใหญ่ - เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมามาก เช่น ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ วัสดุก่อสร้าง ขายประกัน ในห้าง จะค่อยๆผ่อนปรน )
ส่วนกรณีความแออัดบนรถไฟฟ้า ให้หยุดขายตั๋ว ในช่วงเวลาที่มีคนแออัด //และนายกฯ สั่งการหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ รายงานเรื่อง ทำงานที่บ้านและการเหลื่อมเวลา ต้องรายงานทุกหน่วยราชการ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย