แรงงานทั้งไทย กัมพูชา และลาง ต้องดิ้นรนเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ของตนเองและครอบครัว จึงหันไปรับจ้างโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพวกนายทุนค้าไม้ สบโอกาสจ้างแรงงานเหล่านั้นหาไม้ที่ต้องการ หรือแรงงานเอง เสนอจัดหาไม้ เพื่อนำไปขายให้กับโรงแปรรูปไม้
ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จึงร่วมวางแผนกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า รวม 12 แห่ง ที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชา และลาว โดยหน่วยงานทหาร หน่วยงานความมั่นคง เข้าร่วมด้วย
จากการข่าวและผลการเดินลาดตระเวน smart patrol พบแคมป์ ที่พักของกลุ่มคนที่เข้ามาโคนต้นไม้ พร้อมทั้งแปรรูป และนำไม้ออกไป โดยแต่ละจุดจะใช้เวลาพักไม่เกิน 2 คืน
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จึงสั่งจัดหน่วยลาดตระเวน ดักซุ่ม มอบหมายให้หัวหน้าหน่วยแต่ละพื้นที่ ปฏิบัติการภาคสนามด้วยตนเอง
2 พ.ค. ชุดลาดตระเวน Smart Patrol เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ขณะเดินลาดตระเวนบริเวณป่าทางทิศใต้บ้านแซรไปร ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ทับซ้อนเขตป่าถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี "ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา" ท้องที่ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ อยู่ห่างจากชายแดนไทย - กัมพูชา ประมาณ 4 กิโลเมตร มีร่องลอยการใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพบร่องลอยการทำไม้ จึงได้วางแผนดักซุ่มอยู่ในพื้นที่