เนชั่นทีวี

ข่าว

จนท.สาวตรวจโควิดลางานหนี หวั่นอิทธิพลบิ๊กสีกากีอุบลฯ

29 เม.ย. 2563 | anuruck_phe

จนท.สาวตรวจโควิดลางานหนี หวั่นอิทธิพลบิ๊กสีกากีอุบลฯ

กลายเป็นข่าวฮือฮาข้ามสัปดาห์ กรณีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเดินทางกลับจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดอุบลราชธานี แต่กลับไม่ยอมให้ความร่วมมือในการตรวจคัดกรอง แถมยังระเบิดอารมณ์ด่ากราดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจจนดังลั่นไปทั้งสนามบินอุบลราชธานี แม้จะมีคำสั่งเด้งฟ้าผ่าให้ไปช่วยราชการจากผู้บัญชาการ ตำรวจภูธร ภาค 3 แต่คำสั่งนี้กลับมีการตั้งข้อสงสัยให้สังคมอย่างมาก

คำสั่งย้ายฟ้าผ่าผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พลตำรวจตรี รณกร ฤทธิรงค์ ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร ภาค 3 เป็นระยะเวลา 30 วัน ของ พลตำรวจโท พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมมอบหมายให้ พลตำรวจตตรี ภาณุ บูรณศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น กลายเป็นชนวนคำถามขึ้นมาทันที


เพราะมีรายงานระบุว่า พลตำรวจตรี ภาณุ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 37 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ พลตำรวจตรี รณกร แถมยังมีเพื่อนฝูงในแวดวงสีเขียวระดับบิ๊กอีกด้วย (อย่างที่ทราบกันดีว่า วงการสีกากี และสีเขียว จะมีความผูกพันกันในรุ่นอย่างมาก) จนมีเสียงสะท้อนอยากให้เปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะเกรงว่าผลสอบที่ออกมาจะเป็นไปในทางบวกสำหรับ พลตำรวจตรี รณกร


ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่หญิง 2 คนที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดคัดกรองที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี จุดที่เกิดเรื่อง ได้ทำเรื่องลางานยาว เพราะกลัวว่า หลังจากครบกำหนด 30 วัน ที่ พลตำรวจตรี รณกร ย้ายไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร ภาค 3 แล้ว อาจจะได้กลับมานั่งตำแหน่งเดิม และอาจถูกเรียกเช็คบิลรายตัว

"เนชั่น ทีวี" ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ณ จุดคัดกรองบริเวณสนามบินในวันเกิดเหตุ ได้รับข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่หญิง 2 รายได้ทำเรื่องขอย้ายสถานที่ทำงานจริง แต่ไม่สามารถแจ้งรายละเอียดได้ว่าย้ายไปที่ไหน เนื่องจากเกรงว่าจะมีคนมาคอยตามสอดแนมหรือติดตาม

ขณะเดียวกันทางท่าอากาศยานอุบลราชธานี ได้มีการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในวันเกิดเหตุแล้ว มีการยืนยันว่า ตำรวจระดับสูงรายนี้แสดงพฤติกรรมตามที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ และถูกนำเสนอเป็นข่าวจนโด่งดังจริง

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือ หลังจากเกิดเรื่องที่สนามบินเมื่อวันที่ 13 เมษายน ซึ่งทางผู้บังคับการตำรวจภธรจังหวัดอุบลราชธานี แสดงท่าทีไม่พอใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างมาก / ปรากฏว่า พลตำรวจตรี รณกร ได้ทำหนังสือถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เพื่อเชิญประชุมหารือแนวทางการปฏิบัติการตั้งจุดตรวจคัดกรองการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในวันรุ่งขึ้นทันที ซึ่งสอดคล้องกับที่มีข่าวระบุว่า ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ต้องการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หรือผู้แทน เข้าชี้แจงหรือขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น / แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครยืนยันได้


แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า การตั้งจุดคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นงานหลักของนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ฉะนั้นโดยหลักแล้วจึงควรเป็นฝ่ายเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าประชุม มากกว่าให้ฝ่ายตำรวจเชิญนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และจนถึงขณะนี้ก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่าการประชุมร่วมกัน เกิดขึ้นจริงหรือไม่


แต่ขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีข้อมูลอีกด้านออกมาว่า จริงๆ แล้ว พลตำรวจตรี รณกร เป็นนายตำรวจที่ทำงานขยันขันแข็ง แม้จะเป็นเวลาดึกดื่นก็ยังออกตระเวนตรวจตราความเรียบร้อยตามโรงพักต่างๆ ทุกอำเภอในจังหวัดอุบลราชธานีด้วยตนเอง จนทำให้ผู้บังคับบัญชาและตำรวจที่ประจำตามสถานีตำรวจต้องตื่นตัวในการทำหน้าที่ตลอดเวลา เพียงแต่เป็นคนที่มีลักษณะพูดจาโผงผาง เสียงดัง จนบางคนที่ไม่รู้จักมักคุ้นอาจเข้าใจผิดได้ ทั้งๆ ที่ พลตำรวจตรี รณกร ไม่ได้มีเจตนาต่อว่าใคร

ข่าวล่าสุด