นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 1 เดือน เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19เป็นไปตามคำแนะนำของข้าราชการประจำ ที่ทำงานอยู่ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และเป็นการมองในมิติเดียว แต่สร้างความลำบากในการใช้ชีวิตให้ประชาชนในทุกมิติ
นายจักรพล กล่าวต่อว่า หลังจากนี้เชื่อว่าสังคมไทยจะเปลี่ยนไปจากการขยายเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน โดยเฉพาะการส่งผลกระทบต่อการธุรกิจอย่างมากเนื่องจากผู้ประกอบการ จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน มีการจ้างงานน้อยลง และมีคนตกงานมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลต้องมีแผนงานในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาพรวม ทุกอาชีพอย่างชัดเจนและทั่วถึง รวมทั้งต้องเร่งในการสร้างงานสร้างอาชีพ พร้อมกันนี้ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในระยะยาว ทุกภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างรายได้ให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด เพื่อวางรากฐานในอนาคตของประเทศไทย นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤติที่เกิดขึ้น การให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นสิ่งที่ดีงามสำหรับสังคมไทย แต่มาตรการที่ออกมากำลังทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความลำบากรัฐบาลกำลังเปลี่ยนธารน้ำใจของผู้ใจบุญ เป็นความเหนื่อยหน่าย ด้วยกฎระเบียบที่ออกมา ทำให้มีขั้นตอนมากมายในการแจกจ่ายอาหารเพื่อช่วยเหลือประชาชน แทนที่รัฐบาลจะจัดเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวก ทั้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทหาร ควรเข้ามาร่วมมือกับประชาชนในการจัดระเบียบการแจกอาหาร เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย จะเกิดประโยชน์กว่าการสั่งการมาจากส่วนกลาง โดยไม่คำนึงถึงพื้นที่และความลำบากของประชาชน