เพราะหายใจหอบ ไม่เต็มปอด แค่คุยโทรศัพท์ก็เหนื่อย แต่เขาก็ยืนยันว่าเรายังไหว ทำให้ต้องจำเป็นที่จะต้องรักษาตัวเอง
เธอยอมรับว่า ตอนนั้นเธอกลัวมาก ๆ เพราะอยู่คนเดียว คือถ้าตายก็คงตายที่นี่คนเดียว ศพก็ส่งกลับไทยไม่ได้ด้วย รพ. ที่นั่นก็ไม่มารับ ต้องดูแลตัวเอง รักษาตัวเองอยู่บ้าน เชฟสาวเล่าต่อว่า ที่ไทยโชคดีอย่างน้อยถ้าเรามีเงินก็ไปตรวจโควิด-19 ได้ แต่ที่นี่กำเงินไปให้เขา เขาไม่เอาและไม่รับตรวจ และเขาจะเอาไป รพ. ก็ต่อเมื่อเราต้องเป็นผู้ป่วยวิกฤติจริงๆ เท่านั้น
เธอมีอาการเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา มีไข้ 38 องศากว่าๆ ทำได้แค่กินยาพาราลดไข้ กินน้ำเยอะๆ ซึ่งอาการสัปดาห์แรกคือ แย่มาก ๆ ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็จะเป็นลม หนำซ้ำ จมูกเริ่มไม่ได้กลิ่น กินอาหารก็ไม่รู้รสชาติ เธอเอาน้ำหอมฉีดจมูก ปรากฏว่าไม่ได้กลิ่น เข้าไปในครัวไปดมกะปิก็ยังไม่ได้กลิ่น
- ผ่านไปเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 อาการก็ยังมีไอบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้กลิ่น ส่วนไข้เริ่มไม่มีแล้ว
- เข้าสู่อาทิตย์ที่ 3 ไอน้อยลง กลิ่นเริ่มกลับมา เริ่มรู้รสชาติ