ด้าน นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลกรมเจ้าท่า ชี้แจงว่า คลิปเสียงและข้อมูลที่มีการเผยแพร่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง เพราะตนไม่เคยรู้จักกับบุคคลที่แอบอ้าง เบื้องต้นจึงได้มอบอำนาจให้ทนายความส่วนตัวไปแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลในคลิปทั้งหมดแล้วพร้อมสั่งการให้ตั้งคณะกรรมาการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการด่วน โดยคาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์จะได้ข้อสรุป หากพบว่าโครงการใดมีการร้องเรียนจะสั่งการให้หยุดดำเนินการทันทีรวมทั้งให้ชะลอการขออนุมัติโครงการใหม่ออกไปก่อน / ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่จะต้องดำเนินการรวมกว่า 100 โครงการ
ขณะที่ นายนิพนธ์ บุญญามณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ส่งทีมทนายไปแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างเช่นกัน
ข้อมูลจากทีมงานของรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย นิพนธ์ บุญญามณี เผยกับเนชั่นทีวีว่า สาเหตุที่กลุ่มคนเหล่านี้ต้องมีการแอบอ้างมาที่รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และมีความพยายามไปถ่ายรูปช่วงที่รัฐมนตรีลงพื้นที่ปราจีนบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็เพื่อให้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ จะได้นำไปใช้กดดันให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยอมอนุมัติโครงการในพื้นที่ของตน เพราะการจะขุดลอกคลองหรือแม่น้ำได้ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าฯในพื้นที่ก่อน ส่วนตัวโครงการมีการอนุญาตมาตั้งแต่ต้นทาง คือกรมเจ้าท่าแล้ว
สำหรับผลประโยชน์ที่คนกลุ่มนี้จะได้รับ คือ การลักลอบนำดิน หิน หรือทราย ที่ขุดขึ้นมาเกินกว่าที่กำหนดในโครงการ แล้วนำไปขาย ซึ่งจริงๆ แล้วตามกฎหมาย ทั้งดิน หิน ทรายเหล่านี้ ต้องคืนให้กรมเจ้าท่า หากนำไปจำหน่ายแล้วก็ต้องคืนเป็นเงิน เพราะถือเป็นทรัพย์สินของรัฐ (สมมติโครงการตกลงกันไว้ 100,000 คิว หากขุดจริงได้ดินเกิน ก็ต้องคืนดินหรือเงินขายดินส่วนเกินให้กับกรมเจ้าท่า)
แต่คนกลุ่มนี้หวังผลประโยชน์จากการขุดลอกเกินกว่าพื้นที่ที่กำหนดในโครงการ และอาจมีการจ่ายสินบนกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางมหาดไทยจะดำเนินการตรวจสอบต่อไปว่ามีใครร่วมขบวนการอีกบ้างหรือไม่ แต่ยืนยันว่ารัฐมนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เนื่องจากโครงการนี้ไม่มีการใช้งบประมาณ