เนชั่นทีวี

ข่าว

"อัจฉริยะ" ยื่นสอบทุจริตขุดแควหนุมาน เรียกเงินทอน 50%

21 เม.ย. 2563 | sitthichai_nak

"อัจฉริยะ" ยื่นสอบทุจริตขุดแควหนุมาน เรียกเงินทอน 50%

"อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์" ประธาน ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หอบหลักฐานยื่น "ชาญเทพ เสสะเวช" สอบทุจริตขุดแควหนุมาน ปราจีนบุรี อ้างเป็นคณะทำงาน "อธิรัฐ รัตนเศรษฐ" รมช.คมนาคม จาก พปชร. เรียกรับเงินส่วนต่าง 50% หรือเกือบ 4 ล้าน นำแบ่งจ่ายหัวหน้าหน่วยราชการ แลกอำนวยความสะดวกขุดลอกดิน พร้อมโว! เคลียร์มาแล้ว 40 โครงการทั่วประเทศ

วันนี้ (21 เมษายน 2563) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วยนายจำรัส ง้อบุตร สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อยื่นเอกสารต่อพลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช ที่ปรึกษา เเละเป็นคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ตรวจสอบนายสุเทพภานุวิสิทธิ์แสงหลังอ้างว่าเป็นคนสนิทและเป็นคณะติดตามของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีหลักฐานเป็นคลิปเสียง และภาพต่างๆ ที่ชายคนดังกล่าวเรียกรับสินบนการขุดลอกแควหนุมาน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี


"อัจฉริยะ" ยื่นสอบทุจริตขุดแควหนุมาน เรียกเงินทอน 50%

โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้นำพยานหลักฐานซึ่งเป็นเอกสาร ภาพถ่าย และพยานที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบนในโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยหน้าแล้ง โดยการขุดลอกแควหนุมานในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งรับแจ้งจากนายจำรัส ว่าถูกชายคนดังกล่าวอ้างตัวเป็นคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือ"นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ" ให้เข้ามาดำเนินการโครงการนี้ แต่กลับเรียกรับเงินเบื้องต้นร้อยละ 50 หรือประมาณ 4 ล้านบาท พร้อมแอบอ้างถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดีกรมเจ้าท่า และข้าราชการระดับสูงอีกหลายคน วันนี้จึงนำหลักฐานยื่นแก่ พลตำรวจโทชาญเทพ เพื่อดำเนินการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่ามีส่วนรู้เห็นตามที่มีการแอบอ้างหรือไม่ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้คนที่ถูกกล่าวหาปรากฎตามคลิปเสียง หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและบริสุทธิ์จะต้องออกมาชี้แจง และดำเนินคดีกับนายสุเทพ


"อัจฉริยะ" ยื่นสอบทุจริตขุดแควหนุมาน เรียกเงินทอน 50%

ขณะที่นายจำรัส กล่าวว่า เรื่องนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ได้มีการประชุมสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการขุดลอกลุ่มน้ำปราจีนบุรี 3 จุด คือ 1.เทศบาลกบินทร์บุรี 2.อำเภอเมือง 3.อำเภอบ้านสร้าง โดยได้ประชุมกันที่เทศบาลกบินทร์บุรี และอำเภอเมือง ต่อมาวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ที่ว่าการอำเภอบ้านสร้างได้มีหนังสือเชิญจากนายอำเภอบ้านสร้างให้ ตนเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อให้ไปร่วมพิจารณาโครงการดังกล่าว โดยมีคณะกรรมการอนุลุ่มน้ำเข้าร่วมรับฟังด้วย ซึ่งทางบ้านสร้างและอำเภอเมืองได้ท้วงติงไม่อยากให้มีการขุดลอก เพราะหากขุดลอกแล้วจะเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำเติมไม่ได้แก้ปัญหาจริง ส่วนในพื้นที่กบินทร์บุรีสมควรที่จะขุดลอก ตนเลยได้รู้จักโครงการนี้ ทำให้มีโอกาสได้พูดคุยกับ ผอ.ปรารถนา โดยเขาได้บอกว่าโครงการนี้อยากหาผู้ที่จะมาช่วยเหลือราชการ ให้มาช่วยทำให้ได้หรือไม่ เพราะคิวละ 28 บาทไม่มีใครอยากจะทำเลย ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในตลาดจึงทำให้มีผลกระทบเยอะ ผมจึงเสนอตัวเข้าไปว่าจะช่วยเหลือ


นายจำรัส กล่าวอีกว่า ต่อมาช่วงกลางเดือนมกราคมได้มีนายสุเทพโทรมาหา ซึ่งผมไม่รู้ว่าเขาได้ผมเบอร์มาจากไหน โดยพูดถึงโครงการแควหนุมานและได้มีการนัดหมายให้เข้ามาพูดคุยถึงโครงการดังกล่าวที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 22 มกราคม 2563 ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง บริเวณปากซอยรามอินทรา ซอย 12ได้การพูดคุยกันประมาณ 15 นาที เมื่อเจอหน้ากันนายสุเทพบอกว่าไม่มีการอัดคลิปนะ


จากการพูดคุยผมได้บอกกับเขาว่าผมจะทำตามระเบียบไม่ผิดกฎหมาย มาตรา 9/1 ของกรมที่ดิน และมาตรา 120 ของกรมเจ้าท่า โดยจะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการเกี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ที่ตื้นเขิน พ.ศ.2547 โดยนายสุเทพบอกไม่ให้ทำตามมาตรา 120 โดยให้ทำตามแบบของตนเอง โครงการนี้เป็นโครงการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายสุเทพอ้างว่าได้รับคำสั่งมาจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยเป็นคณะทำงานของนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ซึ่งแบบมาตรา 120 เป็นแบบเก่าปัจจุบันคือทางราชการจ้างคิวละ 28 บาท แต่ครั้งนี้คุณต้องจ่ายให้ผมคิวละ 45 บาท แล้ววัสดุที่ขุดได้คุณเอาไป ทรายที่คำนวณจำนวน 172,175 คิว คูณ 45 บาท เป็นเงินกว่า 7 ล้านบาท แล้วต้องจัดให้นายสุเทพจำนวน 50% เพื่อนำไปให้รัฐมนตรีช่วย กรมเจ้าท่า ผู้ว่าฯ ฯลฯ

ด้านนายจำรัส กล่าวอีกว่า ตามกฎหมายราชการจะจ้างค่าขุดลอกดิน โดยคิดราคาพื้นที่ที่ขุด ลูกบาศก์เมตรละ 28 บาท หรือเข้าใจตรงกันว่าคิวละ28 บาท ในพื้นที่ทั้งหมดกว่า 170,000 คิว แต่ชายคนดังกล่าว ติดต่อขอให้ผู้รับเหมาจ่ายค่าขุดคิวละ 45 บาทเพื่อแลกกับการไม่จำกัดพื้นที่การขุด รวมมูลค่ากว่า 7.7 ล้านบาท และต้องคืนเงินเป็นค่าหัวคิวแก่คณะทำงานร้อยละ 50 หรือเกือบ 4 ล้านบาท ซึ่งวัสดุที่ขุดได้ทั้งดิน หิน หรือทรายนั้นจะให้ผู้รับเหมานำไปขายทั้งหมด ซึ่งชายคนดังกล่าวจะเคลียร์ผู้ใหญ่ในพื้นที่ให้ทั้งหมด ทั้งยังอ้างดำเนินการเสร็จไปแล้ว กว่า 44 แห่ง จาก 400 กว่าแห่งทั่วประเทศ เมื่อเริ่มรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จึงพยายามสอบถามชายดังกล่าว แต่กลับถูกอ้างกลับมาว่ารู้จักผู้ใหญ่หลายท่าน สามารถแก้ไขปัญหาได้


นอกจากนี้ ยังมีการออกคำสั่งตามมาตรา 120 แห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ ซึ่งเป็นระเบียบของกรมเจ้าท่าด้วย ทั้งที่การออกมาตรา120 ดังกล่าวจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อโครงการได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว แต่กรณีนี้ทราบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนยังไม่อนุมัติโครงการขุดลอกดังกล่าว ดังนั้นการออกคำสั่งตามมาตรา 120 จึงถือเป็นการข้ามขั้นตอน และถือเป็นการกระทำโดยมิชอบ


อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (22 เมษายน 2563) เวลา 10.00 น. นายอัจฉริยะ จะพานายจำรัส เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อเอาผิดกับนายสุเทพและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในความผิดเรียกรับสินบนต่อไป

ข่าวล่าสุด