โดยพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ได้ส่งความเห็นควรสั่งฟ้องใน 5 ข้อหาเดิม เช่นเดียวกับอีก 5 ผู้ต้องหาก่อนหน้านี้ในคดีเดียวกัน ที่มีอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รวมอยู่ด้วย ประกอบด้วย
1.ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง
2.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ
3.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ
4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
5.ชุมนุมในรัศมีใกล้เขตพระราชฐาน 150 เมตร ซึ่งเหตุที่ส่งตัวล่าช้า ก็เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คนหลัง เป็น ส.ส. ที่มีเอกสิทธิ์ในสมัยประชุมสภาก่อนหน้านี้โดยตามกำหนดการในวันนี้ พนักงานอัยการได้นัดผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มาฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่พบผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเดินทางมา มีเพียงทนายความประจำคดีที่เดินทางเข้ามาเท่านั้น ซึ่งนายวรวิทย์ นิติบริรักษ์ บอกว่า จากเมื่อการนัดหมายครั้งที่แล้ว ทั้ง 3 คน (นายปิยบุตร แสงกนกกุล ,นางสาวพรรณิการ์ วานิช ,นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์) ได้ยื่นขอความเป็นธรรม ให้พนักงานสอบสวนไปสอบพยามเพิ่มเติม 3-4 ประเด็น
เนื่องจากมีอีกหลายประเด็น ที่ยังคงต้องได้รับข้อมูลเพิ่ม เพื่อความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี วันนี้ทางพนักงานอัยการจึงได้มีคำสั่งเลื่อนออกไปอีกครั้ง เพื่อไปสอบพยามเพิ่มเติมต้องที่ผู้ต้องหาร้องขอ เป็นวันที่ 23 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น. (เบื้องต้นนัดทั้ง 5 คน อดีตนักการเมืองพรรคอนาคตใหม่) ในส่วนของคดี ทุกคนก็ไม่ได้มีความกังวลอะไร ซึ่งนายปิยบุตร ก็ยืนยันมาโดยตลอดว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นเพียงการพบปะประชาชน และก็เป็นหน้าที่ของ ส.ส. อยู่แล้ว ในการไปรับฟังความเดือดร้อนของทุกคน ส่วนการรวมตัวกันนั้น ก็เป็นไปตามกฎหมายภายใต้ที่รัฐธรรมนูญกำหนด