สถานการณ์การแพร่ระบาดในวันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2563 ว่า ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 48 ของโลก พบผู้ป่วยรายใหม่ยืนยันทั้งสิ้น 28 คนป่วยยืนยันสะสม 2578 คน กลับบ้านได้ 2579 คน และเสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย รวม 40 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นชายไทยอายุ 56 ปี มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน โดยเริ่มป่วยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ด้วยอาการไข้ ไอ หอบเหนื่อย ซึ่งเบื้องต้นสงสัยว่า เป็นไข้หวัดใหญ่จึงทำการส่งตรวจพร้อมส่งตรวจเชื้อโควิด 19 พบว่าไม่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ แต่ติดเชื้อโควิด 19 และวันที่ 26 มีนาคมมีอาการเหนื่อยมากขึ้น และเสียชีวิตในวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา // ส่วนรายที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 43 ปีมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ไตวายเรื้อรัง และไขมันในเลือดสูง โดยในวันที่ 23 มีนาคมมีอาการไข้สูงมีน้ำมูกถ่ายเหลวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยเข้ารับการรักษาอีกครั้งในวันที่ 5 เมษายนเนื่องจากอาการไม่ดีขึ้นซึ่งเบื้องต้นวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดติดเชื้อ และเสียชีวิตในวันที่ 11 เมษายน
โดยจำนวนผู้ติดเชื้อทั้ง 28 คน พบเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 25 คน แบ่งเป็นมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 18 คน และไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 7 คน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 1 คนเดินทางไปยังพื้นที่ชุมชน 1 คนประกอบอาชีพเสียง 2 คนและเป็นบุคลากรด้านสาธารณสุข 3 คน ส่วนผู้ป่วยอีก 3 คนเป็นผู้ป่วยที่อยู่ใน state Quarantine 2 คน และยะลา 1 คนซึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเซีย
โดยผู้ป่วยทาง 28 คนกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 12 คน ภูเก็ต 6 คน ชลบุรี ยะลาและสตูลจังหวัดละ 2 คน ชุมพร นครพนมนนทบุรี และเลยจังหวัดละ 1 คน
ส่วนสรุปยอดผู้ป่วยสะสมยืนยัน 2579 คนในพื้นที่ 68 จังหวัดพบว่ากระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 1306 คน ภูเก็ต 182 คน นนทบุรี 150 คน สมุทรปราการ 105 คน ยะลา 84 คน ชลบุรี 78 คน ปัตตานี 77 คน สงขลา 56 คน เชียงใหม่ 40 คน ปทุมธานี 33 คน และอยู่ระหว่างสอบสวนโรคอีก 72 คนส่วน 4 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสพบว่าอันดับ 1 คือสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้อันดับที่ 2 คือคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศอันดับที่ 3 คืออาชีพเสี่ยงและทำงานในพื้นที่แออัด อันดับ 4 คือบุคลากรทางการแพทย์
ซึ่งหากนำข้อมูลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมาวิเคราะห์จะพบว่ามีผู้ติดเชื้อรายแรกในวันที่ 26 มกราคมและกลายเป็นจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นภายในเดือนเศษ ซึ่งในวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมามีการทำการ Active Case finding ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกทำให้เกิดการพบผู้ป่วยมากขึ้น โดย 4 อันดับแรกเป็น พบเป็นผู้ป่วยที่ติดมาจากสถานบันเทิง 71 คนอาชีพเสี่ยงและสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 33 คน และคนต่างชาติเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ 10 คน โดยส่วนใหญ่ 1 ใน 4 ใช้เวลาเกิน 7 วันหลังแสดงอาการจึงเดินทางมาพบแพทย์ทำให้ มีโอกาสเป็นพาหะของโรคและเกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วจาก 1 คนกลายเป็น 170 กว่าคนในเดือนเศษ จึงนำมาซึ่งมาตรการคุมเข้มในพื้นที่ อย่างการติดตามผู้ป่วยสัมผัสโรคให้ครบถ้วนในกลุ่มผู้สัมผัสที่เสี่ยงสูงโดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง กลุ่มผู้ป่วยสัมผัสที่เสี่ยงสูงต้องกัดกันโรคทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ โดยต้องทำ local quarantine เพราะเนื่องจากการทำ Home quarantine แล้วยังพบผู้ป่วยรายใหม่อย่างต่อเและมองว่าไม่ได้ผล นอกจากนั้นยังมีการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก