นางปรียา ทองคณารักษ์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ซ.38 ถนนอภัยบริรักษ์ ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง อ้างว่าบริเวณหาดแสนสุขลำปำ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของพี่น้องประชาชน โดยในตอนเย็นๆและตอนเช้าจะมีผู้ปกครองพาลูกหลาน ไปเดินออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก และในขณะนี้เป็นช่วงที่ลมทะเลพัดแรงเกรงว่าจะมีการแพร่กระจายของโรค จึงไม่เห็นด้วยกับการกักตัวในครั้งนี้ หากทางจังหวัดยังมีมติเช่นเดิมกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนลำปำและหมู่บ้านใกล้เคียงจะเดินทางมาประท้วง ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดพัทลุง
ทางด้านนายกู้เกียรติฯ ผวจ.พัทลุง ได้เชิญตัวแทนจำนวน 5 คน ขึ้นไปพูดคุยในห้อประชุม POC บนศาลากลางจังหวัดพัทลุง เพื่อทำความเข้าใจโดยพูดคุยกับกลุ่มชาวบ้านดังกล่าวว่าพี่น้องชาวพัทลุงที่เดินทามาจากต่างประเทศนั้น ก่อนที่จะเดินทางเข้ามาได้ผ่านการตรวจโรคดังกล่าวแล้วทุกๆคน การกักตัวดังกล่าวนี้มีกำหนด 14 วัน ทั้งนี้ เพื่อมิให้ผู้กักตัวออกนอกพื้นที่ ซึ่งนโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มอบหมายให้ทุกๆจังหวัดดำเนินการ
โดยในส่วนของจังหวัดพัทลุงได้กำหนดกักตัวกลุ่มดังกล่าวไว้ 3 แห่ง คือ โรงแรมโนราห์วิว โรงแรมอิรวดี และบริเวณค่าย อสจ.พัทลุง ซึ่งสามารถรองรับประชาชนเหล่านี้ได้ประมาณ 80 คนอย่างไรก็ตามตัวแทนชาวบ้านได้คัดค้านการเก็บตัว ณ โรงแรมอิรวดี
ขณะที่นายกู้เกียรติฯและหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้พยายามสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการกักกันตัวชาวพัทลุงที่เดินทางมาจากต่างประเทศอย่างละเอียดถี่ถ้วนแต่ชาวบ้านไม่ยอมรับโดยเด็ดขาดทาง
โดยนายกู้เกียรติฯ กล่าวว่า เมื่อปัญหาเกิดขึ้นทางจังหวัดก็จะชะลอในส่วนของโรงแรมอิรวดีไว้ก่อนและจะจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านจนทในชุมชนลำปำอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้นชาวบ้านก็ได้เดินทางกลับซึ่งทางนายวิสุทธิ์ บุญฤทธิ์ อายุ 48 ปี ยังยืนยันว่าหลังจากทางผู้ว่าชี้แจงตนก็รับไม่ได้เพราะสถานที่ดังกล่าวเปรียบเสมือนปอดของคนพัทลุง พวกตนจะไม่ยอมให้ใช้โรงแรมอิรวดีกักตัวคนไทยจากต่างแดนอย่างเด็ดขาด