วันที่10 เม.ย. 63นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกล่าวถึงการเปิดใช้แอป "หมอชนะ"ว่า "ในวิกฤตการณ์นี้เราทุกคนมีหน้าที่ต้องดูแลตัวเอง ดูแลสังคมและช่วยสนับสนุนคุณหมอนักรบแถวหน้าให้นำประเทศของเราพ้นภัยโควิด-19 ไปให้ได้ แอป "หมอชนะ" นับเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริงเพราะเป็นการรวมตัวเฉพาะกิจที่มีการสนับสนุนการทำงานของแพทย์ให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุดเป็นเป้าหมายร่วมเราหวังว่าประชาชนทุกคนจะร่วมกับเราในภารกิจนี้ ด้วยการช่วยกันใช้แอป "หมอชนะ"กันอย่างกว้างขวาง"
แอปพลิเคชัน "หมอชนะ" คือระบบเก็บข้อมูลการเดินทางของประชาชนเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและประเมินระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19จากสถานที่ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองอีกทั้งยังสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อของประชาชนที่เข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ เสริมมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ให้มีประสิทธิภาพและวัดผลได้โดยคนไทยทุกคนสามารถลดการระบาดได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยวิธีง่าย ๆเพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน "หมอชนะ" และเช็คอินด้วยแอปนี้เมื่อเข้าสู่อาคารสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 เป็นต้นไป
ดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล, นายสุทธิพงศ์ กนกากร และผศ.ดร.ณัฐวุฒิหนูไพโรจน์ ตัวแทนทีมพัฒนาร่วมประชาชน เอกชนและภาครัฐ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันกล่าวถึงที่มาของการพัฒนาแอป "หมอชนะ" ว่า"ตลอดช่วงเวลา 2 3เดือนที่ผ่านมา คนไทยทุกคนได้เห็นถึงความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ที่เสี่ยงทำงานอยู่ด่านหน้าต้องเหน็ดเหนื่อย ต้องทิ้งบ้านทิ้งครอบครัวมาทำงานเพื่อชาติอย่างโดดเดี่ยวพวกเราอาสาสมัครจากทั้งภาครัฐและเอกชน จึงช่วยระดมทักษะความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมการวิเคราะห์ข้อมูล หรือทรัพยากรต่าง ๆ ที่แต่ละคนมี มาสร้างเป็นแอป "หมอชนะ"ที่เราเชื่อว่าจะทำให้ทัพหน้าทางการแพทย์ของเราสามารถสู้รบกับโรคนี้ได้ดีขึ้น"
"ปัญหาหนึ่งที่เราพบว่าเป็นอุปสรรคต่อการทำงานและคุกคามชีวิตบุคลากรทางการแพทย์อย่างมากคือการปกปิดข้อมูลของประชาชนในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19ซึ่งหลายครั้งทำให้แพทย์และพยาบาลต้องหยุดการทำงานทีละเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อกักตัวเองหรือแม้กระทั่งล้มป่วยเมื่อพบในภายหลังว่าผู้มารับบริการติดเชื้อโควิด-19 แอป "หมอชนะ"จะแก้ปัญหานี้ โดยอาศัยเทคโนโลยี GPS และBluetooth ติดตามตำแหน่งของผู้ใช้แอปและแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้แอปได้ผ่านพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงมาหรือไม่ทำให้เมื่อผู้มารับบริการทางการแพทย์แสดงข้อมูลในแอปบุคลากรทางการแพทย์ก็จะสามารถจัดลำดับความเร่งด่วนและวางมาตรการในการรักษาหรือส่งตรวจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำนอกจากนั้นสำหรับผู้ใช้แอปทั่วไปที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ก็สามารถตรวจดูแอปเพื่อประเมินได้ว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่เสี่ยงแล้วปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางหรือบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมซึ่งย่อมจะทำให้ทุกคนสามารถเว้นระยะห่างทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย"