เนชั่นทีวี

ข่าว

กรมวิทย์ฯ ตั้งเป้า ผลิตน้ำยาตรวจเชื้อ1ล้านเทส ภายใน6เดือน

07 เม.ย. 2563 | Ekkapon

กรมวิทย์ฯ ตั้งเป้า ผลิตน้ำยาตรวจเชื้อ1ล้านเทส ภายใน6เดือน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยัน ไม่ได้ตรวจตัวอย่างเชื้อน้อย แต่จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อที่ลดลง มาจากมาตรการต่างๆที่มีการประกาศใช้ และทำร่วมกัน ขณะที่ น้ำยาตรวจเชื้อ ยืนยัน เพียงพอต่อ สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19ในอนาคต ตั้งเป้าผลิตน้ำยาตรวจเชื้อ ให้ได้1ล้าน เทส ภายใน6เดือน

นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์  อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  บอกว่า ตอนนี้ตรวจตัวอย่างเชื้อไปแล้ว ประมาณ 71,860 ตัวอย่าง รวมภาครัฐและเอกชน อนาคตมีการตรวจคัดกรองเพิ่มขึ้น ซึ่งการตรวจที่เป็นมาตรฐานตอนนี้ คือ การตรวจ RTPCR โดยตั้งเป้า 1จังหวัด1ห้องปฏิบัติการ และยังคงยืนยันว่าใช้การตรวจด้วย RTPCRเป็นหลัก และยังไม่มีการนำRapid Test (แลบบิทเทส )มาใช้ในการตรวจหาเชื้อ
ตอนนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้การรับรองห้องปฏิบัติการ และผ่านการรับรองไปแล้ว 80 ห้องปฏิบัติการ / แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 40 แห่ง / ต่างจังหวัดอีก 40แห่ง โดยศักยภาพในการตรวจเชื้อ ในกรุงเทพมหานคร 1 หมื่นตัวอย่างต่อวัน / และต่างจังหวัดอีก1หมื่นตัวอย่าง ตั้งเป้าสิ้นเดือนเมษายนนี้ จะต้องมีห้องปฏิบัติการ อย่างน้อย 110 แห่งทั้วประเทศ
ขณะที่การใช้น้ำยาในการตรวจหาเชื้อ เบื้องต้นในส่วนห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์ฯ ใช้น้ำยาที่ผลิตเอง ไม่มีการสั่งน้ำเข้า
ส่วนห้องปฏิบัติการของเอกชน เป็นการใช้น้ำยาจากต่างประเทศ โดยกรมวิทยาศาสตร์ฯให้การรับรอง
รวมถึง การรายงานผล ตอนนี้ได้ปรับ ให้รายงานผลผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะสามารถรู้ผลภายใน24ชั่วโมง
ทั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ร่วมกับ บริษัท สยามไบโอไซเอนท์ โดยจะผลิตชุดทดสอบหรือน้ำยา ให้กรมวิทยาศาสตร์เพื่อรองรับการแพร่ระบาดของโรคที่เพิ่มขึ้น เบื้องต้นได้มอบชุดทดสอบมาแล้ว 20,000 ชุด โดย จะทยอยให้อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้า สิ้นเดือนเมษายน นี้ 1แสน ชุด / และอีก1ล้านชุด ภายใน6เดือน / ยืนยัน น้ำยาตรวจหาเชื้อเพียงพอ 

ส่วนกรณีปัจจัยที่พบยอดผู้ติดเชื้อ น้อยในช่วง2 วัน นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตอบสอดคล้องกับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ว่ามาจากมาตราการที่ทำร่วมกันอยู่ตอนนี้ เช่น มาตรการจำกัดการเข้าประเทศ ปิดสนามบิน มาตรการเคอร์ฟิว ปิดสถานที่บางแห่ง จึงทำให้ยอดผู้ป่วยลดลง ซึ่งมาตรการดังกล่าวที่ออกมา สามารถช่วยละการแพร่กระจายของเชื้อได้ และยังคงต้องเข้มข้นทำต่อไป
ขณะที่การตรวจตัวอย่างเชื้อ เบื้องต้นมีการตรวจจากทั้งห้องปฏิบัติการภาครัฐและเอกชน โดยร้อยละ50 เป็นผลตรวจจากห้องปฏิบัติการของรัฐเป็นหลัก  โดย 2 วันที่ผ่านมาห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อของรัฐ เช่น รามาธิบดี ศิริราชพยาบาล จุฬาฯ และกรมวิทย์ฯ ตรวจตัวอย่างเชื้อประมาณวันละ2,000 ตัวอย่าง และจากห้องปฏิบัติการเอกชน อีกประมาณ 1,000 ตัวอย่างต่อวัน รวมกว่า3,000 ตัวอย่าง
ทั้งนี้ การตรวจแบบRapid Test (แลบบิทเทส )เป็นการตรวจเพื่อประกอบการวินิจฉัยเท่านั้น ไม่ใช่การตรวจเพื่อวินิจฉัย ซึ่งทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะเป็นผู้ประเมินร่วมกันถึงการพิจารณาบริษัทที่จะนำเข้าRapid Test
จากการสืบค้น เกณฑ์กำหนด การตรวจ แลบบิทเทส พบประเทศสหัรัฐอเมริกา เพียงประเทศเดียวโดย อย. จากประเทศสหรัฐอเมริกา จากการนำมาศึกษา พบว่า จะใช้Rapid Testต่อเมื่อกรณีฉุกเฉินเท่านั้น โดยใช้เกณฑ์พิจารณา จากเอกสารทางวิชาการของบริษัทผู้ผลิตเป็นหลักในการอนุญาต
ส่วนของไทย บริษัทผู้นำเข้า จะต้องส่งเอกสารทั้งหมด 4 ชุด มาให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากนั้น จะ ส่งมายังคณะกรรมการประเมิน ผลการประเมินแต่ละบริษัท จะส่งให้ ผู้ยื่น นำไปขึ้นทะเบียนกับอย.

ข่าวล่าสุด