ส่วนมาตรการที่ 2 คือมาตรการด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือพระราชกำหนดฉุกเฉิน ให้อำนาจรัฐบาลเข้ามาจัดการเฉพาะมาตรการที่ 2 เท่านั้น พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ได้ให้อำนาจรัฐบาลใดๆในส่วนของมาตรา ที่ 1 คือมาตรการด้านการดูแลรักษา หรือมาตรการด้านการแพทย์ เพราะฉะนั้น การดำเนินการใดๆตามมาตรการที่ 1 ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อและกฎหมายอื่นของแพทย์ ส่วนมาตรการที่ 3 คือมาตรการเยียวยาฟื้นฟูแก้ไข พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ได้ให้อำนาจรัฐบาลเข้าไปยุ่งเกี่ยวจึงจำเป็นต้องอาศัยมติคณะรัฐมนตรี และกฎหมายในการบริหารราชการแผ่นดิน ดำเนินการตามที่หลายฝ่ายหรือสื่อบางสำนักเสนอแนะ ให้รัฐบาลมีอำนาจเต็มตามพระราชกำหนดฉุกเฉิน เนื่องจากไม่ใช่อำนาจตามพระราชกำหนดหากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือต้องใช้กฎหมายอื่นและเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี
ซึ่งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดกฎหมายที่มีอยู่เช่นพรบโรคติดต่อ ไม่เพียงพอแก่การรับมือโรคระบาดโควิด-19 จึงจำเป็นต้องอาศัยพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินออกมาบังคับใช้ เช่นการประกาศเคอร์ฟิวหากไม่ใช่ตามพรกฉุกเฉินกฎหมายอื่นไม่ได้ให้อำนาจเอาไว้เมื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้วตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมาได้มีการออกข้อกำหนดหรือกติกาหลักเกณฑ์ ให้ประชาชนต้องปฏิบัติหรือห้ามปฏิบัติไปแล้ว