3.การกำหนดวันนั่งพิจารณาคดี/วันนัดไต่สวน /วันนัดประชุมไกล่เกลี่ยข้อพิพาท/วัน นัดฟังคำพิพากษา/การดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นใดที่ต้องกระทำต่อหน้าศาล หากกำหนดนัดไว้แล้วและจะถึงกำหนดในช่วงสถานการณ์ระบาด หรือกรณีที่ศาลจะพิจารณากำหนดวันนัดในช่วงเวลาสถานการณ์การแพร่ระบาด ตุลาการศาลปกครองอาจใช้ดุลพินิจกำหนดวัน-เวลาใหม่ได้ หรือพิจารณากำหนดวันนัดที่คำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในคดี/การเยียวยาความเดือดร้อนเสียหายของคู่กรณี/ผลกระทบที่คู่กรณีจะได้รับจากการเดินทางมาที่ทำการศาลเพื่อร่วมกระบวนพิจารณา โดยให้ศาลสนับสนุนคู่ความเข้าร่วมกระบวนพิจารณาตามวิธีการที่คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและแก้ปัญหาผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ของศาลปกครอง กำหนดไว้ในประกาศฯ ฉบับที่1/2563 ลงวันที่ 19 มี.ค.63 เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคู่กรณี ประชาชน หน่วยงานทางปกครอง และเจ้าที่ของรัฐจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ข้อ 1.3 (ที่ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดี โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบการประชุมทางจอภาพได้ ณ ที่ทำการศาลปกครองทุกแห่งทั่วประเทศ และการใช้ Application หรือ platform อื่นๆ เช่น LINE , Facebook เป็นต้น) เพื่อลดภาระการเดินทางมายังที่ทำการศาลของคู่กรณี
4.ระยะเวลาที่กำหนดให้คู่กรณีปฏิบัติิ หรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของคู่กรณีในกระบวนพิจารณา ตามบทบัญญัติิระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 ภาค 2 นั้น ให้ตุลาการศาลปกครอง ใช้ดุลพินิจพิจารณากำหนดระยะเวลา/มีคำสั่งขยายเวลา โดยคำนึงถึงอุปสรรค/ข้อขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นกับคู่กรณีในการปฏิบัติช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาด
5.การบังคับคดี กรณีที่ระยะเวลาการปฏิบัติตาม คำบังคับของศาลจะครบกำหนดในช่วงคาบเกี่ยวกับการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด/ในช่วงที่มีสถานการณ์การระบาด และเป็นกรณีที่ปรากฏความต่อศาลว่ายังไม่ได้มีการปฏิบัติตามคำบังคับของศาล ให้ตุลาการศาลปกครองใช้ดุลพินิจปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองฯ มาตรา 75/3 , 75/4 (ที่ให้อำนาจพิจารณา/ไต่สวน/มีคำสั่งกำหนดวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง หรือมีคำสั่งใดๆเพื่อให้การบังคับคดีเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว หรือให้ศาลปกครองไต่สวนหรือแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีที่ไม่ได้มีการปฏิบัติตามคำบังคับให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติราชการสมควร โดยสามารถมีคำสั่งให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับนั้นชำระค่าปรับต่อศาลตามจำนวนที่สมควรครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งหากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจแจ้งผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่หรือลงโทษทางวินัยต่อไปก็ได้) ประกอบบทบัญญัติิระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 ภาค 4 การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง (เช่น การแจ้งให้หน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ พยานผู้เชี่ยวชาญ หรือคู่กรณี ชี้แจงข้อเท็จจริง/แสดงความเห็นเกี่ยวกับการบังคับคดี)